"คัมภีร์มหาทักษา"...โดย สมุทร

 ตำนานเทวดาเป็นมิตร - ศัตรูกัน
ไม่น่าเชื่อมันมีอิทธิพลต่อดวงชะตาของมนุษย์ได้อย่างไร ?
เหตุผลและแรงจูงใจในการนำเรื่องนี้มาเผยแพร่
ในวันที่ไปร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลศพคุณแม่ของ ต้อย - ยุพดี
ได้รับรู้เรื่องราวสาเหตุการสูญเสียพบว่าเกิดจาก
1.ความผิดพลาดของแพทย์ในการวินิจฉัยโรค ของโรงพยาบาลที่ 1
2.เกิดจากพิษภัยทางการเมือง ต้องย้ายผู้ป่วยอย่างกระทันหัน
จากโรงพยาบาลจุฬาฯ(โรงพยาบาลที่ 2) ไปรักษาที่โรงพยาบาลที่ 3
ผู้ป่วยได้รับการบีบคั้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ การรักษาไม่ต่อเนื่อง
หากย้อนไปถึงวันที่เดินไปสู่โรงพยาบาลที่ 1 ในวันแรก
ไม่มีใครคาดคิดว่าคุณแม่จะไปอย่างไม่มีวันกลับ
ผมถามต้อย ทราบว่าคุณแม่เกิดวันพฤหัสฯ พ.ศ..
กลับไปถึงบ้าน จึงเปิดตำรา"คัมภีร์มหาทักษา" พบว่าคุณแม่
อยู่ในห้วงเวลา "พระราหูเสวยอายุ" ซึ่งจะให้คุณในตอนต้น
และจะให้โทษในตอนปลาย เหมือนดวงนายกฯทักษิณ(เกิดวันอังคาร) ไม่มีผิด
ต้อยเองก็เกิดวันพฤหัสฯ เมื่ออายุใกล้เคียงกับคุณแม่ ต้องระวัง

ระยะเวลาที่ผมหายไป ผมได้ค้นคว้าเรื่องนี้ จากตำราโหราศาสตร์ และจาก net
บัดนี้ ได้เวลาที่จะถ่ายทอดความรู้ดังกล่าวให้เพื่อนๆได้รับรู้ จะได้
ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท

คัมภีร์มหาทักษา : ตำนานเทวดาเป็นมิตร - ศัตรูกัน
http://www.praruttanatri.com/meditat...a/dhamma07.htm

ก่อนที่ข้าพเจ้าจะกล่าวถึงเทวดาที่เสวยอายุและเข้าแทรก ข้าพเจ้าจะขอกล่าวถึงตำนานความเป็นมาของเทวดา ที่เป็นมิตรและเป็นศัตรูกันเสียก่อน เพื่อให้ท่านทั้งหลายเข้าใจในปฐมเหตุว่า เป็นเพราะเหตุใด จึงได้เป็นมิตรและศัตรูกัน

ตำนานที่ ๑

ในกาลก่อนนั้น ตำนานได้กล่าวไว้ว่า ยังมีพระอาทิตย์ ๑ พระอินทร์ ๑ พญาครุฑ ๑ พญานาค ๑ พญาราชสีห์ ๑ ได้พร้อมกันประชุมปรึกษาหาลือกันว่า เราจงมาแบ่งส่วนฟ้า ป่าหิมพานต์ ภูเขา และมหาสมุทรกันเถิด พระราชาทั้ง ๕ องค์นั้น ก็ชวนกันไปยังสำนักพระราหู จึงว่ากับพระราหู เพื่อชักชวนพระราหูให้ร่วมความคิดด้วยที่จะแบ่งส่วนนั้น พระราหูก็ว่า เรานี้มิได้อยู่ในน้ำและบนบก เป็นสาธกนิทานแต่บรรพกาลของตำนาน เรื่องเทพยดาเป็นศัตรูกันมีดังนี้แล ครั้นเมื่อพระราชาทั้ง ๕ องค์ องค์หนึ่งองค์ใดมาพบกันเข้าแล้ว จึงเกิดเป็นวาทะแห่งกันและกันแล.

ต่อมาพระราชาทั้ง ๕ องค์ ก็ได้แบ่งเขตซึ่งกันและกันทั้ง ๓,๐๐๐ โยชน์ ส่วนพระอินทร์นั้น ก็ได้เขาพระสุเมรุราช พญาครุฑก็ได้เขาคีรีบรรพต พญานาคก็ได้มหาสมุทรทั้ง ๔ พญาราชสีห์ก็ได้ป่าหิมพานต์ พระอาทิตย์ก็ได้เบื้องบนอากาศ

ครั้นอยู่มา พญาครุฑเห็นพญานาคก็ไล่ พญานาคก็ได้หนีไปถึงพระราหู พระราหูก็ว่าแก่พญาครุฑว่า ทำไมท่านมาไล่พญานาคดังนี้ แล้วพระราหูก็ไล่ครุฑ ครุฑหนีไปถึงพระอินทร์ ในเวลาที่ไล่ครุฑไปนั้น พระราหูเหนื่อยนักหนา จึงลงไปสู่แม่น้ำมหาสมุทรใหญ่ แล้วพระอาทิตย์ก็ว่าแก่พระราหูว่า ดูก่อนท่านพระราหู เราชวนท่านวันนั้น ท่านว่าท่านไม่ร่วมความคิดที่จะแบ่งส่วนที่อยู่อาศัยกับใคร นี่ท่านมากินน้ำใยหรือ เมื่อพระอินทราธิราชได้ยินพระอาทิตย์พูดกับพระราหูดังนั้น ก็โกรธแก่พระราหู จึงทรงจักรขว้างไปต้องกายพระราหูขาดออกกึ่งกรัชกาย

เหตุมีมาดังนี้แล พระราหูกับพระอาทิตย์ มาถึงกันเมื่อใด ตัวจะเจ็บไข้แล อนึ่งจะได้รับความแค้นเคืองใจ จะพลัดพรากจากกันแล พระพฤหัสบดี ๕ พระอาทิตย์ ๑ ได้เป็นศัตรูกับพระราหูตั้งแต่วันนั้นมาแล


 

ตำนานที่ ๒

ปางเมื่อพระพฤหัส ๕ เป็นทิศาปาโมกข์ และพระอาทิตย์ ๑ เป็นศิษยานุศิษย์ จึงยกนางจันทร์ธิดาให้เป็นภริยาแก่พระอาทิตย์นั้น เมื่อพระอาทิตย์มีกิจไป ได้ฝากภริยานั้นไว้กับพระพฤหัส พระพฤหัสรำพึงว่า อันลูกสาวกูนี้ ประกอบไปด้วยรูปโฉมงดงาม เกลือกว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้น ที่ยกให้พระอาทิตย์นั้นก็พ้นทุกข์ไปแล้ว บัดนี้พระอาทิตย์มาฝากไว้อีกเล่า จำกูจะต้องนิรมิตผอบใส่ไว้ให้พ้นอันตรายเถิด ครั้นนิรมิตเสร็จแล้ว ก็เอาผอบใส่นางไว้ พระอังคารรู้แยบคายเช่นนั้น ก็นิรมิตเป็นเพ็ชพระยาธร แอบเข้าไปในผอบ ลอบทำสังวาสด้วยนางจันทร์ตั้งแต่วันนั้น

ในกาลนั้นพระพฤหัสก็รู้ว่าเพ็ชพระยาธรเข้าไปทำชู้ด้วยนางจันทร์ตั้งแต่วันนั้น แล้วพระพฤหัสก็แต่งพานหมากเป็น ๒ ที่ มาสู่พระอาทิตย์ผู้เป็นบุตรเขยเพื่อเมื่อกลับมาจะได้เสวย ฝ่ายพระอาทิตย์ก็ประหลาดใจ จึงถามพระพฤหัสว่าดังนี้ “ ข้าแต่เจ้ากู เหตุการณ์ใดเล่า เจ้ากูจึงฝากพานหมากมาให้แก่ข้าไทเป็น ๒ ที่ ” พระพฤหัสว่า ตูนี้เป็นอาจารย์แห่งท่าน แต่ลูกทำนอกใจมิชอบใจแล มาตูจะบอกแต่ตามเป็นจริงว่า บัดนี้เพ็ชพระยาธรได้มาทำชู้ด้วยภริยาของท่านอยู่ในผอบนั้น พระอาทิตย์ก็เปิดผอบพบพระอังคาร ๆ จึงเอาพระขรรค์สับศรีษะบาดเจ็บนักหนา ดังนี้แล พระอาทิตย์กับพระอังคารจึงเป็นศัตรูกันแต่กาลนั้น ส่วนพระจันทร์บุตรสาวของพระพฤหัสก็มีความน้อยใจในบิดาว่า มิเข้าด้วยลูกเล่าและกลับส่อความลูกเอง ดังนี้ จำเดิมแต่นี้ไป กูกับบิดาจะเป็นศัตรูแก่กัน พระพฤหัสกับพระอาทิตย์เป็นมิตรกันแล ในขณะเมื่อพระอาทิตย์กับพระอังคารต่อสู้กันนั้น พระอังคารก็เอาพระขรรค์สับพระเศียรพระอาทิตย์ ๒ แห่ง พระเศียรของพระอาทิตย์ก็แตกออกไป พระอาทิตย์ก็ขว้างด้วยจักร ถูกบาทพระอังคาร แต่เท่านั้นแล

เหตุการณ์ดังนี้แล เมื่อ พระพฤหัสกับพระอาทิตย์ มาถึงกันเมื่อใด จะเป็นมิตรสหายแก่กัน และ พระพฤหัสกับพระจันทร์ มาถึงกันเมื่อใด ย่อมหลงด้วยรัก และจะไข้เจ็บหนัก มักเป็นด้วยญาติกาตนเอง และ พระอังคารกับพระพฤหัส มาถึงกันเมื่อใด ศัตรูย่อมข่มเหงตนแล

 


 
 

ตำนานที่ ๓

ปางเมื่อพระอังคารเป็นงู พระเสาร์เป็นเหยี่ยว เหยี่ยวเห็นงูก็จะกินแล พระศุกร์จึงตวาดเหยี่ยว เหยี่ยวก็ละงูเสีย พระอังคารจึงว่าแก่พระศุกร์ว่า “ ข้าแต่เจ้ากู แต่วันนี้ไปข้าพเจ้าและท่านจะเป็นมิตรแก่กันสืบไป ” พระอังคารกับพระศุกร์ มาถึงกันเมื่อใด ย่อมจะได้มิตรสหาย อายุจะยืน ส่วน พระเสาร์กับพระอังคาร มิได้ขึ้งโกรธกันนักหนา แต่ก็ว่ากับพระศุกร์ว่า ตั้งแต่นี้ต่อไป เรากับท่านจะเป็นศัตรูกัน เมื่อ พระเสาร์กับพระศุกร์ มาถึงกันเมื่อใด คนมักจะเบียดเบียนแล

ตำนานที่ ๔

ปางเมื่อพระจันทร์ขาดแคลนลง ได้ไปกู้ทรัพย์พระราหูมาจึงเป็นหนี้อยู่ พระจันทร์ครั้นเมื่อเห็นพระราหู เกรงจะทวงหนี้ จึงไปซ่อนตัวเสีย แต่พระเสาร์ผู้เป็นลูกค้าของพระราหูไปพบกับพระจันทร์ แล้วรู้เรื่องว่าเป็นหนี้พระราหู จึงบอกตำแหน่งที่อยู่พระจันทร์แก่พระราหู พระราหูจึงมาเอาตัวพระจันทร์ไปเร่งทวงหนี้จนได้แล

ตำนานที่ ๕

ปางเมื่อพระพุธเป็นสุนัข วิ่งมาจะขบพระราหู ๆ ก็ไล่สุนัข สุนัขวิ่งไปหาพระจันทร์ ๆ ช่วยให้หนีรอดไปได้ ภายหลังพระจันทร์มาพบพระพุธจึงว่า แต่นี้ไปเราจะเป็นมิตรสหายแก่กัน ครั้งนี้เรารอดเพราะท่าน ด้วยเหตุนี้ เมื่อ พระจันทร์กับพระพุธ มาถึงกันเมื่อใด ก็จะได้มิตรสหายที่ดีงามแล

ตำนานที่ ๖

ปางเมื่อ พระศุกร์กับพระราหู มาถึงกันเมื่อใด หมาจะกัดตีนมือ เลือดจะตกจากตัวแล พระจันทร์กับพระราหู มาถึงกันเมื่อใด คนทั้งหลายจะดูหมิ่นแล พระเสาร์กับพระจันทร์ มาถึงกันเมื่อใด ข้าไทและคนทั้งหลายจะเอาโทษแก่ตน พระเสาร์กับพระราหู มาถึงกันเมื่อใด จะได้มิตรสหายอันดีแล
 


 
 

ตำนานที่ ๗

ปางเมื่อพระอังคารเป็นราชสีห์ กระดูกเนื้อเข้าไปติดคออยู่ พระอาทิตย์เป็นนกหัวขวาน ได้เจาะคอราชสีห์ ๆ เจ็บปวดนักหนา เพื่อเอาก้างออก เหตุนั้น พระอังคารมาถึงพระอาทิตย์ เมื่อใด ย่อมจะเจ็บปากเจ็บคอแล

ตำนานที่ ๘

ปางเมื่อพระพฤหัสบดี เป็นนกอีลุ้ม พระจันทร์เป็นเหยี่ยวจะเฉี่ยวเอา นกอีลุ้มโผเข้าไปในรอยมูลไถ เหยี่ยวนั้นได้โฉบถลาลงมา ก็ต้องมูลไถอกแตก เหตุดังนั้น เมื่อ พระจันทร์กับพระพฤหัสบดี มาถึงกันเมื่อใด จะเจ็บคอ เจ็บหน้าอก อย่าเดินทางไกล พระอังคารกับพระเสาร์ มาถึงกันเมื่อใด ก็ย่อมจะแค้นเคืองใจ อย่าได้เดินทางไกล ท่านจะทำโทษ ให้เร่งจำศีลภาวนาแล

ตำนานที่ ๙

ปางเมื่อพระเสาร์ เป็นไม้ตะเคียน พระอังคารเป็นพระยาโปริสาท เสี้ยนไม้ตะเคียนยอกเท้าพระยาโปริสาท ตั้งแต่นั้นมาก็ลำบากนักหนา เหตุการณ์ดังนั้นแล พระเสาร์กับพระอังคาร มาถึงกันเมื่อใด ย่อมจะเจ็บตีน เจ็บมือ ย่อมให้ขาดอาหารนักแล

ตำนานที่ ๑๐

ปางเมื่อพระอังคาร เป็นไม้แก่น พระราหูเป็นไฟป่าไหม้มา เหตุการณ์ดังนั้นแล พระราหูกับพระอังคาร มาถึงกันเมื่อใด ไฟจะไหม้เรือน แล

ตำนานที่ ๑๑

ปางเมื่อ พระพุธ เป็นพระยาฉัททันต์ พระอังคาร เป็นพรานโสอุดร เมื่อพระอังคารมาต้องเมื่อใด ย่อมจะให้เจ็บท้อง อย่ากินสัตว์ ๒ เท้า ๔ เท้า ให้บัญญัติตัวจงหนักเถิด พระเคราะห์มาต้อง จึงเป็นศัตรูกันแต่นั้นมาแล

 


 
  

วิธีบูชาพระราหู


ตามตำรับของโหร อรรถวิโรจน์ ศรีตุลา
http://www.horasaadrevision.com/inde...102109&Ntype=6

การบูชาพระราหู จะนำความสำเร็จหรือมีโชคอย่างดีที่สุด และมีทางจะร่ำรวยด้วยอิทธิพลของเลข ๘ การบูชาจึงให้ใช้ของดำ ๘ อย่าง ดังนี้
ไก่ดำ เหล้าดำ การแฟดำ เฉาก๊วย ข้าวเหนียวดำ ถั่วดำ ขนมเปียกปูนดำ และไข่ดำ
จะมีความสำเร็จหรือมีโชคลาภอยู่เสมอ การเงิน การลงทุนทุกอย่างจะมีทางรวย ปัญหาที่มีบ้างก็สามารถแก้ไขไปจนเรียบร้อย
การบูชาพระราหูเป็นการเสียเงินค่าบูชาน้อยมาก แต่ก็จะสามารถแก้ไขได้ทุกอย่างได้อย่างดี แทนที่จะไปโดนหลอกลวงเสียเงินเป็นแสนเป็นล้านก็จะรอดพ้นไปได้อย่างสบายๆ ไม่มีความงมงาย

ส่วนมากจะเป็นคุณหญิงคุณนายประเภทไฮโซมีเงินมากมายมหาศาล แต่มีปัญญานิ่ม ก็ต้องโดนหลอกเสียอย่างสาสม เพราะความหึงหวงสามีกลัวจะมีเมียน้อย และประเภทเมียน้อยกลัวสามีจะรักน้อยไป ก็ไปให้หมอดูเจิมตัวให้เกิดเสน่ห์ต่างๆ จนเกิดมีเรื่องเสียหายเกิดขึ้นบ่อยๆ และด้วยความอับอาย ก็ต้องแล้วๆกันไป บางทีก็ถูกรีดไถกันเสียหายต่อไปอีกด้วย

 


 
 
 

การบูชาพระราหู หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "เทพราหู" ซึ่งถือเป็นเทพองค์หนึ่ง สามารถบันดาลประโยชน์และโทษให้เกิดขึ้นกับบุคคลหรือสิ่งต่างๆได้

ฉะนั้น เพื่อให้โชคร้ายอันอาจจะเกิดขึ้นบรรเทาลง หรือแปรเปลี่ยนเป็นสิ่งดีงาม จึงได้คิดค้นวิธีบูชาเทพองค์นี้โดยไม่ต้องขอให้คนอื่นมาทำพิธีให้ สามารถกระทำการบูชาด้วยตัวเอง และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมายอะไร

วันบูชา ขอให้บูชาในวันพุธตอนกลางคืน (เวลาใดก็ได้ที่สะดวก) กลางแจ้งที่มีลมพัดผ่าน

ทิศ หันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

ของบูชา ๘ อย่าง ดังที่กล่าวไว้แล้ว

ท่านที่หาของตามนี้ไม่ได้ ก็เปลี่ยนเป็นของดำอย่างอื่น เช่น องุ่นดำ งาดำ น้ำอัดลมสีดำ ก็ได้ ทั้งนี้ของดำทั้ง ๘ อย่างต้องให้สุกทั้งหมด (หมายถึงพร้อมกินหรือดื่มได้)

การกล่าวคำบูชา ข้าแต่พระราหูเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ข้าขอนำอาหารมาบูชา ขอจงดื่มและกินตามอัธยาศัย ขอจงช่วยคุ้มครองข้า (บอกชื่อผู้บูชา) และขอให้พ้นจากอันตราย ให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และขอให้มีความสุขความเจริญ มีเงินทอง มีโชคลาภตลอดไป

เสร็จพิธี เมื่อธูปหมดดอกก็เป็นอันเสร็จพิธี ให้นำของบูชาทั้งหมดมารับประทานได้ เหล้าให้นำมาดื่มหรือผสมน้ำอาบก็ได้ (ไม่มีคำลา)

การบูชาครั้งแรก จงบูชาด้วยของดำ ๘ อย่าง และธูปดำ ๘ ดอก วันพุธตอนกลางคืน วันพุธต่อไปให้บูชาด้วยเหล้า ๑ จอก ธูปดำ ๘ ดอก

ข้อยกเว้น อาจทำพิเศษในคืนวันที่ ๓ , ๘ , ๑๒ , ๑๘ , ๒๘
คนเกิดวันพุธกลางคืน ถ้าบูชาตลอดชีวิตได้จะดีมาก

คนที่เกิดวันที่ ๓ , ๘ , ๑๒ , ๑๘ , ๒๘ หรือบ้านเลขที่ บัตรประจำตัวประชาชน บัตรข้าราชการ เลขทะเบียนบ้าน เบอร์โทรศัพท์ที่ลงท้ายด้วยเลข ๘ คนที่มีอักษร ย ร ล ว อยู่ในชื่อ ควรบูชาพระราหูเป็นประจำ จะเกิดความร่ำรวยและมีความสำเร็จในกิจการงานทั้งปวง นอกจากนี้จะมีความปลอดภัยในการเดินทางไกล การเสี่ยงโชค หรือการลงทุนจะร่ำรวยดีมาก

การบูชาพระราหู ผู้บูชาจะต้องมีศีลมีธรรมและมีความดี มีคุณธรรมสูง และทำบุญกุศลอยู่เสมอ ความร่ำรวยหรือโชคลาภใหญ่ก็จะเกิดขึ้นได้
 


 

เคล็ดการใช้อำนาจบุญแก้กรรมเก่า-ปัญหาชีวิต
โดย อ.เจียระไน โชคมงคลชัยชนะ

ประธานชมรมค้นคว้าฮวงจุ้ยและโหราศาสตร์ไทย ระบบดาวกระจาย



(ก่อนอ่านให้หลับตานึกถึงความดีของตัวเองที่เคยทำมาแล้วให้มากเท่าที่จะมากได้)

วิชานี้ได้หายสาปสูญมากว่า 400 ปี แต่สามารถหาและค้นคว้าได้จากพระไตรปิฎก

มาเริ่มเข้าสู่เนื้อหากันได้แล้วนะครับ

มวลหมู่มนุษย์และสัตว์ ทั้งหลายในโลกนี้ตลอดจนในโลกทิพย์ล้วนต่างมีส่วนประสานสัมพันธ์ถึงกันและกันในเรื่องของกฎแห่งกรรมอยู่ ตลอดเวลา ในช่วงแห่งการเวียนว่ายตายเกิดไปๆ มาๆ จะหาที่ไม่เคยได้เป็นเป็นญาติ ไม่ได้เคยเป็นเพื่อน ไม่เคยได้เป็นเจ้ากรรม หรือนายเวรต่อกันนั้นย่อมไม่มี ชีวิตของทุกผู้ทุกคนจึงล้วนแล้วแต่มีส่วนสัมพันธ์ถึงกันและไม่มากก็น้อย ทั้งในส่วนดีมากและในส่วนที่ดีน้อย ทั้งในส่วนเลวมากและในส่วนที่เลวน้อย ทั้งในส่วนที่ทำให้เกิดความเคียดแค้นชิงชังมากและในส่วนที่ทำให้เกิดความเคียดแค้นชิงชังน้อย รวมไปถึงทั้งในส่วนที่รักและ อุปการะมากอุปการะน้อยสุดแล้วแต่เหตุปัจจัยในช่วงนั้น ๆ

การได้ดีหรือตกยาก รวมไปถึงการเจ็บไข้ได้ป่วยของมวลมนุษย์และสัตว์ ส่วนหนึ่งนั้นเกิดจากผลกรรม(การกระทำ)ในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ และอีกส่วนหนึ่งนั้นได้รับเหตุปัจจัยกระทบจากสิ่งรอบข้างที่เกิดจากการปรุงแต่งจาก ตา หู จมูก ลิ้น กาย และจิตใจ ในขณะนั้น เรียกว่ากรรม(การกระทำ)ที่เกิดจากภายใน และอีกส่วนหนึ่งเกิดจากการกระทำของวิญญาณลี้ลับที่เรามองไม่เห็นเรียกว่าการกระทำที่เกิดจากภายนอก เช่น เหตุต่าง ๆ เกิดขึ้นจาก เทวดาช่วยเหลือ เทวดาให้โทษ ผีให้โทษ หรือเจ้ากรรมนายเวรที่เคียดแค้นชิงชังให้โทษ ในคนทุก ๆ คน สัตว์ทุก ๆ ตัว ต่างล้วนมีเทวดารักษาอย่างน้อย ๑ องค์ และเทวดาประจำตัวเหล่านี้ล้วนมีอิทธิพลต่อเราอย่างคาดไม่ถึง เทวดาบางองค์ก็ชอบช่วยเหลือให้เราประสบความสำเร็จ หรือช่วยปกป้องคุ้มครองทำให้เรารอดพ้นจากภัยอันตรายที่น่าหวาดเสียวมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ ซึ่งบางทีเราก็ยกให้เป็นความดีของวัตถุมงคลที่เราแขวนคอเสียก็มากมาย

เด็กเล็ก ๆ บางคนถึงแม้ว่าไม่มีวัตถุมงคลแขวนคอเลย แต่ตกบ้านตกเรือนด้วยความซุกซนของเด็กคนนั้น แต่เด็กคนนั้นกลับไม่ได้รับอันตราย เพราะดูเหมือนว่ามีใครมาอุ้มไว้ก่อนตกถึงพื้นก็มี และคนบางคนไม่มีวัตถุมงคลติดตัวเลย แต่สามารถหลุดพ้นจากอุบัติเหตุ หรือการถูกดักทำร้ายของศัตรูมาได้ราวปาฏิหาริย์ นั่นก็คือ การได้รับการปกปักรักษาจากเทวดาประจำตัวเขาของเขานั่นเอง
 


 
 

ถ้าพูดถึงเรื่องกฎของกรรม(กฎของการกระทำ) ทุกชาติทุกศาสนาต่างล้วนไม่มีใครปฏิเสธ เมื่อตนเองกำลังเกิดความเดือดร้อน กำลังได้รับความเครียด หรือแม้แต่กำลังทุกข์ทรมานในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือหลาย ๆ เรื่อง ที่ตนเองจำต้องยอมทนอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง หลายๆ คนมักจะนึกจะคิดแต่เพียงว่า จะขอยอมรับชะตากรรมนั้น เพื่อหวังที่จะชดใช้ให้มันหมดเวรหมดกรรม(ผลของการกระทำเก่า ๆ) จะได้จบๆ กันไปซะที และการคิดเช่นนี้ดูจะเข้าทางตามหลักการยอมรับในกฎของกรรม(กฎของการกระทำ) แต่ดูเหมือนจะหยาบและมองดูให้ดีดูเหมือนจะปิดโอกาสและปิดช่องทางของตนเองอย่างสิ้นเชิง ด้วยเหตุนี้ อ.เจียระไน โชคมงคลชัยชนะ จึงกล่าวว่า ท่านทั้งหลายอีกมากมายที่ยังไม่รู้ซึ้งว่ายังมีทางออกให้กับตัวท่านอีกมากมายที่เรียบง่ายและสวยงามรอท่านอยู่ อีกทั้งท่านมีโอกาสที่จะยอมรับในผลกรรมด้วยวิธีของตัวท่านเองได้ เราและท่านทั้งหลายต่างมีวิธีที่จะชำระล้างหนี้แค้นหนี้กรรมให้แก่เจ้ากรรมนายเวรของท่าน โดยที่ท่านก็ไม่ได้เบี้ยวหนี้ โดยที่ท่านยังเคารพในกฏของกรรม(กฎของการกระทำ) โดยที่ท่านไม่ต้องทุกข์ทรมาน และท่านไม่ต้องกลุ้มไม่ต้องเครียด และในขณะเดียวกันเจ้ากรรมนายเวรท่านก็พอใจกับประโยชน์สุขนี้อย่างเต็มที่ ความเคียดแค้นและความพยาบาทในด้านต่างๆ ที่มีต่อท่านก็จะมลายหายสิ้นไป ท่านก็จะเป็นสุข และเป็นสุขตลอดไป
 


 
 

แต่นี่พวกท่านทั้งหลายต่างล้วนให้เขาเลือกที่จะเล่นงานท่านอยู่ฝ่ายเดียว และต่างฝ่ายต่างก็ต้องเป็นทุกข์ด้วยกันทั้งคู่ เขาก็มีความทุกข์กรุ่นอยู่กับความพยาบาทและความอาฆาต และเราก็ทุกข์ด้วย เวทนาเพราะเขาคอยจ้องแต่จะมาเล่นงานเราฝ่ายเดียวอย่างไม่ยอมเลิกรา ดูก่อนท่านทั้งหลายอย่ากระนั้นเลย เรามายอมรับกฎของกรรม(กฎของการกระทำ)แต่โดยดีในแบบฉบับที่เราต่างเลือกได้ด้วย “บุญกุศล” กันดีกว่านะครับ คนเราล้วนต่างเคยสั่งสมบุญกุศลให้ทานกันมาแล้วด้วยกันทุกคน แม้ทั้งในชาติก่อนและกระทั้งในชาตินี้ ถ้าเราจะนึกถึงบุญ มันก็เยอะมากจนจำกันไม่หวาดไม่ไหว แต่ด้วยเหตุว่าเราไม่รู้จักวิธีชำระหนี้แค้นที่ได้เคยทำเอาไว้กับเจ้ากรรมนายเวร เราต่างทำบุญไปและก็คิดกันไปว่าทำบุญแล้วต้องคอยรับผลบุญหลังจากตายไปแล้วจึงค่อยไปรับบุญในสรวงสวรรค์ และต่างพากันเอาแต่บ่น ๆ ว่า บุญอะไรก็ทำมาหมดแล้วทุกอย่าง แต่ทำไมชีวิตไม่เห็นจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงดีขึ้นมาสักที

แล้วมันจะดีได้อย่างไรกันเล่า ในเมื่อสักแต่ว่าทำบุญแต่ทำไม่เป็นกันเลย ทุกคนต่างถูกสอนสั่งกันมาอย่างผิดๆ มัวแต่ไปรออุทิศบุญให้ตอนกรวดน้ำ อุทิศบุญผิดวิธีเจ้ากรรมนายเวรเขาก็เลยไม่ได้รับ บางคนทำบุญแล้วก็ไม่เคยเผื่อแผ่บุญให้แก่เทวดาที่รักษาตัวเองเลย อีกทั้งยังไม่เคยอุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวรที่ตามจองเวรเขาเลย รวมทั้งไม่เคยที่จะอุทิศบุญให้เทวดาที่อาศัยอยู่ในเขตบ้านเขตเรือนของตนเองเลย ตลอดไปจนถึงไม่เคยอุทิศบุญให้แก่เทวดาที่ดูแลรักษากิจการงานห้างร้านที่ตัวเองทำมาหากินเลย แถมยังไม่เคยแม้กระทั้งอุทิศบุญให้เทวดาที่รักษาเจ้านายของตัวเอง อีกทั้งในบางครั้งที่ทำบุญการแผ่อุทิศบุญก็ไม่เฉพาะเจาะจงอีกว่าจะให้ใคร หรืออาจอุทิศให้ในตอนที่แสงบุญหมดแล้ว และเทวดาเหล่านั้นในบางองค์อาจมีบุญน้อยมีฤทธิ์น้อย จึงไม่สามารถที่จะช่วยเหลืออะไรเราได้มาก แต่ถ้าหากว่าเขาได้รับอานิสงส์บุญจากเราอย่างถูกวิธีบ่อยๆเข้า เขาจะกลายเป็นเทวดาที่มีฤทธิ์ มีอำนาจ เขาสามารถที่จะช่วยเหลือให้เราประสบความสำเร็จได้ดังใจห


 
 

วิธีการทำบุญให้เกิดผลสำเร็จ
พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมคำสั่งสอนที่มาแห่งอำนาจบุญเอาไว้ 3 ประการ
1. อำนาจบุญที่เกิดจากการให้ทาน
2. อำนาจบุญที่เกิดจากการรักษาศีล
3. อำนาจบุญที่เกิดจากการภาวนาอบรมจิตใจ

ในการสร้างความดีในแต่ละครั้ง ความดีทั้งหลายต่างล้วนเป็นแหล่งของอำนาจบุญแม้ทั้งสิ้นและก่อให้เกิดพลังอำนาจแห่งอานิสงส์ที่สามารถสร้างความสำเร็จในชีวิตได้ทุกเรื่อง

อำนาจบุญอันเกิดจากการให้ทาน เมื่อใดเราได้ให้ทรัพย์สิ่งของที่ดีแก่ใครไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ พี่น้อง หรือญาติมิตร หรือแม้แต่เอาข้าวให้สุนัขกิน เอาอาหารโยนให้ปลากิน เอาเศษอาหารไปโปรยให้มดกิน ขณะนั้นจะเกิดกระแสบุญกุศลเป็นแสงเรืองรองแผ่ออกจากตัวของผู้ให้ทันที และเพียงไม่กี่วินาทีนั้นแสงนี้ก็จะพุ่งหายไปเบื้องบนแล้วไปสะสมเป็นกองบุญของผู้ให้อยู่บนเทวโลก ด้วยเหตุนี้ อ.เจียระไน โชคมงคลชัยชนะ จึงเน้นย้ำว่าหลักสำคัญที่สุดในขณะให้ทาน ของหลุดจากมือของผู้ให้ไปสู่มือของผู้รับไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ท่านที่เป็นผู้ให้ต้องรีบอธิษฐานจิตแผ่บุญในทันที อย่ามัวไปรออย่างเด็ดขาด เนื่องจากบุญจะอยู่กับท่านในตอนนั้นเพียงแค่ไม่กีวินาที หลังจากนั้นกระแสบุญได้เลือนจางหายไปอยู่ในสวรรค์ทันทีเพื่อคอยส่งผลบุญให้กับเราหลังจากเราได้ล่วงลับจากโลกนี้ไปแล้ว
 


 
 

คำแผ่บุญในทันทีหลังจากทำบุญ

“ขออำนาจบุญนี้จงเป็นของเทวดาผู้รักษาตัวฉัน และขออำนาจบุญนี้จงเป็นของเจ้ากรรมนายเวรของฉัน ขออำนาจบุญนี้จงเป็นของเทวดา ภูต-ผี-ปิศาจ-ครุฑ-นาค-ยักษ์ ที่สิงสถิตย์อยู่ในเคหะสถานเรือกสวนไร่นา และเคหะสถานบ้านเรือนของฉัน”

ผลบุญอันเกิดจากการภาวนาให้อธิษฐานก่อน ดังเช่นว่า....ขออำนาจบุญที่จะเกิดจากการภาวนาดังต่อไปนี้ให้ถึงแก่เจ้ากรรมนายเวรที่ทำให้ฉันเจ็บป่วย (เป็นโรคอะไร) หรือเราจะให้ใครก็ให้อธิษฐานเอาเองตามแต่เหตุการณ์ หลังจากนั้นก็เริ่มภาวนาได้เลย หลังจากเลิกภาวนาก็ให้อุทิศบุญนี้ไปอีกครั้งหนึ่ง บุญที่เกิดจากการภาวนานี้จะมีพลานุภาพแรงยิ่งกว่าบุญจากการให้ทานด้วยวัตถุสิ่งของมาก

ด้วยเหตุนี้ เหล่าภูตผีชั้นต่ำมักจะรับผลบุญที่มีอำนาจสูงไม่ค่อยได้ เราจึงจำเป็นที่จะต้องเปิดช่องไว้ก่อนภาวนา เขาจะได้เตรียมรับตามกำลังความสามารถของตนเอง เพราะถ้าหากว่าจะให้ตอนที่ภาวนาเสร็จแล้วจึงจะให้ ก็เปรียบเหมือนว่าเราปล่อยน้ำที่พุ่งจากท่อดับเพลิงซึ่งน้ำรุนแรงมากแต่ผู้ที่เอาภาชนะมารับน้ำเขาเอาภาชนะที่ไม่เหมาะสมมารับ เขาก็จะรับไม่ได้เนื่องจากว่ากำลังจิตของเขาไม่แข็งแรงพอ และหากว่าเราได้อธิษฐานเปิดให้เขาเตรียมตัวไว้ก่อนแล้ว ก็เหมือนกับว่าเราได้เปิดก๊อกน้ำออกค่อยๆ ถ้าใครมีภาชนะน้อยก็สามารถเอามาตวงรับตามกำลังที่เขามีได้ แต่ในส่วนของเทวดาบุญหนักศักดิ์ใหญ่ท่านเหล่านั้นล้วนสามารถรับบุญใหญ่หลังภาวนาได้อยู่แล้ว เปรียบเหมือนว่าท่านมีโอ่งมีถังขนาดใหญ่เตรียมพร้อมเอาไว้แล้วสำหรับรองรับน้ำที่พุ่งจากท่อดับเพลิงนั่นเอง

อำนาจบุญที่เกิดจากการรักษาศีล ในการทำบุญด้วยการตั้งใจรักษาศีลนั้น เป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้เกิดบุญกุศลขึ้นได้ด้วยเช่นกัน ทุกครั้งที่ท่านระลึกถึงศีลที่ตัวของท่านเองรักษาไว้ดีแล้ว และไม่ด่างพร้อย ท่านก็สามารถอธิษฐานส่งบุญได้ว่า “ขออำนาจบุญที่ได้รักษาศีลนี้ จงถึงแก่.........(เอ่ยถึงใครก็ได้ที่เราต้องการจะให้เขาได้รับบุญ)...........”

แม้แต่ในการทำความดีทุกอย่าง เช่น การพูดให้เขาได้สติ คิดดี พูดให้เขาช่วยเหลือคนอื่น การมีส่วนได้ทำประโยชน์ส่วนรวม เหตุเหล่านี้ย่อมก่อให้เกิดความปิติดีใจ สิ่งเหล่านี้คือบุญ ให้ท่านรีบส่งบุญถึงผู้ที่ท่านต้องการให้ได้บุญในทันที


 
   

การเรียกบุญเก่าเอามาใช้ในชาตินี้

การเรียกบุญเก่าเอามาใช้ในชาตินี้คือบุญที่ท่านเคยสั่งสมมาแต่อดีต บุญที่เราได้ทำเอาไว้ดีแล้วมีมากมายที่ได้สะสมเอาไว้อยู่ในสรวงสวรรค์ รวมทั้งที่ได้ทำไว้แต่ปางก่อนและที่ได้ทำไว้แล้วในชาตินี้ เราสามารถเรียกบุญที่ทำเอาไว้แล้วนั้นมาแจกจ่ายอุทิศให้แก่ผู้อยู่ในโลกวิญญาณได้ในทันที เหมือนกับว่าเรามีเงินเก็บเอาไว้ในธนาคารเราก็ใช้บัตรเอทีเอ็มกดเบิกเงินออกมาใช้จ่ายได้เลยในทันที แต่การเรียกบุญมานั้น สิ่งที่สำคัญลืมไม่ได้เลยคือ ต้องอาศัยความปลื้มปิติในเรื่องใดเรื่องหนึ่งก่อนเป็นพื้นฐาน เช่น นึกถึงความสุขใด ๆ ก็ได้ในการทำความดีของเราที่ผ่านมาในอดีต เมื่อเราเกิดปลื้มขึ้นมาแล้วให้ตั้งจิตอธิษฐานดังต่อไปนี้

“ด้วยอำนาจแห่งความดีที่ฉันได้ทำมาแล้วในอดีต จงดลบันดาลให้บุญของฉันที่ทำมาแล้วในอดีตจนถึงปัจจุบันจงไปถึงแก่...................(ระบุผู้ที่ท่านจะส่งบุญไปให้)..............
 


 
 

ปัญหาเคราะห์กรรมมากมายสามารถแก้ไขได้ด้วยอำนาจบุญ

ในท่านที่ทุกข์ทรมานด้วยโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ โรคภัยไข้เจ็บและปัญหาสุขภาพต่างๆ ที่เกิดกับทุกคนนั้นสืบเนื่องมาจากการกระทำของเจ้ากรรมนายเวรผู้มีความเคียดแค้นชิงชัง พระพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้ใดชอบฆ่าสัตว์ย่อมอายุสั้น ผู้ชอบเบียดเบียนสัตว์ย่อมมีสุขภาพไม่ดี และเหล่าเชื้อโรคร้ายแรงต่างๆ ที่มีอยู่ในร่างกายของมนุษย์และสัตว์ ต่างก็ล้วนแต่เป็นเจ้ากรรมนายเวรทั้งนั้น โรคภัยไขเจ็บที่เรื้อรังร้ายแรงการรักษาด้วยวิธีการกินยา หรือฉีดยาเข้าไปฆ่าทำลายเขา หรือแม้แต่การใช้พลังจิต-อำนาจสมาธิอย่างใดๆ เข้าไปขับไล่เขา

การรักษาเหล่านั้นคือการรักษาที่ขาดเมตตาปราณีอย่างรู่เท่าไม่ถึงการณ์ และในขณะเดียวกันก็ยิ่งทำให้เหล่าเจ้ากรรมนายเวรยิ่งทวีความพยาบาทเคียดแค้นชิงชังผู้ป่วยมากขึ้นไปอีก หลายโรคจึงหมดหนทางแก้ไขเยียวยา ผู้ป่วยมากมายต้องจมอยู่กับทุกข์เวทนาไปต่างๆ นานา คิดจะตายก็ไม่ให้ตาย อยากจะหายก็ไม่ให้หาย ทรัพย์สินที่มีอยู่ก็ต้องมีอันพินาศไปกับค่ารักษาพยาบาล ทุกข์ทั้งคนป่วยทุกข์ ทุกข์ทั้งคนที่เป็นญาติ ๆ ทุกข์ทั้งคนที่เป็นบริวาร และในที่สุดหลายรายต้องมีอันจบชีวิตลงไปอย่างน่าเสียดาย ทั้ง ๆ ที่ในแต่ละคนต่างมีทางเลือก ทั้ง ๆ ที่มีโอกาส ทั้ง ๆ ที่มีบุญอยู่ก็มากมายแต่เขาเหล่านั้นไม่รู้จักเรียกบุญเอามาชดใช้หนี้กรรมให้แก่เจ้ากรรมนายเวรนั่นเอง

ด้วยเหตุนี้ การเยียวยารักษาที่ถูกต้องและถูกวิธีคือการ เรียกบุญที่เคยทำเอาไว้มากมายหลายชาติส่งไปให้เฉพาะเจาะจงแก่เจ้ากรรมนายเวรที่กำลังทำให้เขาเหล่านั้นเกิดอาการเจ็บป่วย การเรียกอำนาจบุญมาให้เจ้ากรรมนายเวรที่ทำให้เราเจ็บป่วยจะทำให้เราหายจากอาการเจ็บป่วยได้เร็วขึ้น
 


 
 

จะแนะวิธีการให้บุญแก่เจ้ากรรมนายเวรควรทำดังนี้เป็นตัวอย่าง เช่น ผู้ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งปอด ก็ให้เรียกอำนาจบุญมาและส่งบุญอย่างเฉพาะเพาะจงว่า “ขอบุญนี้ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรที่ก่อให้เกิดการเจ็บป่วยมะเร็งตรงปอด ฯลฯ (สุดแต่มะเร็งหรือเป็นอะไรก็ได้หรือโรคอะไรก็ได้ที่ท่านเป็นอยู่) พวกเชื้อมะเร็งนั้นเมื่อได้รับบุญของฉันแล้วขอให้เจ้ามีชีวิตที่ดีขึ้น มีที่อยู่ในภพภูมิที่สูงขึ้น และขอให้จงหลุดจากภาวะชีวิตชั้นต่ำเดี๋ยวนี้ และเมื่อเราหายแล้ว เราจะทำบุญส่งไปให้แก่พวกเจ้า เพื่อส่งชีวิตของพวกเจ้าให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ขอพวกเจ้าจงเลิกจองเวรจองกรรมในเราเสียเถิด และตั้งแต่นี้ต่อไปเราจะตั้งตนอยู่ในศีลในธรรม เราจะเลิกการเบียดเบียนเข่นฆ่าชีวิตสัตว์อื่น ๆเราขอส่งบุญที่เกิดจากการรักษาศีลแก่เจ้าด้วย”

และในท่านที่กลัดกลุ้มเรื่องบุตรหลาน หรือบริวาร ต่างชอบสร้างแต่ความเดือดร้อน อีกทั้งยังสั่งสอนไม่ฟัง ถ้าเป็นแบบนี้ต้องให้เทวดาผู้รักษาตัวเขาเป็นผู้ขนาบตักเตือน และวิธีที่จะให้เทวดาตักเตือนนั้นเทวดาท่านจะสั่งการไปที่ความรู้สึกนึกคิดจิตใจของเขาโดยการดลจิตดลใจ และถ้าเทวดาประจำตัวของเขาเป็นมิจฉาทิฏฐิ เมื่อได้รับบุญกุศลบ่อยๆ เทวดาท่านจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในกายทิพย์ของตนเอง และมีชีวิตที่สุขสบายขึ้น อีกทั้งยังมีฤทธิ์อำนาจขึ้น และเขาจะทราบได้เองว่าสิ่งที่เขาได้รับนั้นมาจากใครที่ไหน และเมื่อเราอุทิศบุญให้ ท่านก็ต้องอธิษฐานด้วยว่า “เมื่อเทวดาท่านได้รับบุญแล้วขอให้มีความสุข ๆ มีกินมีใช้ มีเสื้อผ้าและที่อยู่อาศัย และขอให้เทวดาช่วยอบรมตักเตือนให้ลูกของข้าเป็นคนดีด้วยเถิด” ดังนี้ อีกไม่นานหรอกจะต้องเกิดเรื่องพิสดารขึ้นกับบุตรหลานที่เกเรคนนั้น จนมีอันต้องเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นคนดีแน่นอน รับรอง

และในคนที่กลัดกลุ้มเรื่องแฟน หรือเรื่องครอบครัว สามี-ภรรยา เรื่องเพื่อน เรื่องคนรอบข้าง เรื่องคู่ครองของตนเอง ต่างเป็นคนที่น่าเอือมระอาเหลือเกิน เราอยากให้คู่ครองเป็นคนดี รักเรา ละลดเลิกจากการประพฤติชั่วเหลวไหล ก็ขอให้ท่านทำยุทธวิธีแบบเดียวกันกับที่ได้ให้บุญแก่เทวดารักษาบุตร แล้วท่านก็จะพบกับการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นแบบไม่น่าเชื่อ รับรอง

และหากว่ากิจการธุรกิจค้าขายของท่านล้มเหลวหรือซบเซาแล้วละก็ เมื่อท่านได้ทำบุญทุกครั้งท่านควรอุทิศบุญให้เทวดาประจำตัวของท่านตลอดไปจนถึงเทวดาที่ดูแลกิจการค้าของท่านด้วยพร้อมกันไป แล้วให้อธิษฐานว่า “เมื่อเทวดาได้รับบุญของฉันแล้ว โปรดช่วยเหลือกิจการค้าธุรกิจของฉันให้ประสบความสำเร็จด้วยเถิด ถ้าฉันร่ำรวยขึ้น ฉันก็จะทำบุญให้ท่านยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก”

หากว่าท่านที่เปิดร้านค้าขาย จะเป็นร้านอะไรก็สุดแล้วแต่ เมื่อท่านได้ทำบุญก็ให้อุทิศบุญแก่เทวดาที่รักษาร้านนั้นด้วย แล้วบอกว่า “เทวดาเมื่อได้รับบุญที่ฉันส่งไปให้แล้ว โปรดเรียกลูกค้ามาอุดหนุนสินค้าฉันที่ร้านฉันให้มากๆ ด้วย”

ในส่วนของการอุทิศส่งบุญ ท่านไม่ต้องพูด และอย่าไปอุทิศในตอนกรวดน้ำ ขอให้ท่านใช้เพียงแค่ การคิด และต้องรีบคิดให้ทันทีทันใด อย่ามัวรีรอโอ้เอ้ชักช้าเป็นอันขาด มิฉะนั้นแสงบุญที่เกิดขึ้นจะดำรงอยู่ไม่กี่วินาทีแล้วต่อจากนั้นจะหายวับไปอยู่ในสวรรค์ หากท่านฝึกนึกส่งบุญบ่อย ๆ ท่านก็จะชำนาญไปเอง

การคิดนั้นกระแสบุญจะแรงกว่าการพูดออกจากปากมากมาย หากท่านทำบุญเวลาหย่อนของลงในบาตรปั๊บให้คิดส่งบุญทันทีเดี๋ยวนั้นเลย และท่านต้องคิดให้ชัดเจนอย่าลางเลือน และเมื่อท่านให้ของแก่ใครเมื่อของหลุดจากมือปุ๊บ ท่านต้องคิดส่งบุญให้ปั๊บทันทีอย่าช้า รับรองดีแน่นอน
 


 
 

ในผู้ที่มีอาชีพเกี่ยวเนื่องกับการฆ่าหรือเบียดเบียนสัตว์อื่น เช่น เจ้าของกิจการโรงฆ่าสัตว์ คนขายเนื้อสัตว์ต่าง ๆ อาชีพชาวประมง คนที่ขายปลาสดตามตลาด รับจ้างเชือดไก่ขาย ในคนเหล่านี้ต้องสร้างบาปเวรกรรมในทุกวัน ๆ จึงเป็นเหตุก่อความเคียดแค้นชิงชังให้แก่เหล่าสัตว์ที่ถูกฆ่าอยู่ทุกวี่วัน สัตว์เหล่านั้นคือเจ้ากรรมนายเวรต่างล้วนพยายามจองล้างจองผลาญ แต่ในขณะที่บุญของผู้นั้นยังคงมีอยู่ เจ้ากรรมนายเวรเหล่านั้นก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ถ้าหากว่านายเวรเขาสบโอกาสได้ช่องเมื่อไหร่แล้วละก็ วิญญาณสัตว์ที่เคียดแค้นเหล่านั้น (นายเวร)ก็จะให้เคราะห์หามยามซวยแก่ผู้ที่ฆ่าสัตว์เหล่านั้นได้ทันที ด้วยเหตุนี้ ท่านต้องพยายามไถ่ถอนเวรกรรมของตัวท่านเองด้วยการทำบุญ แล้วอุทิศบุญให้วิญญาณสัตว์ที่ตัวเองฆ่า และให้ทำบ่อย ๆ ส่งบ่อย ๆ เอาเนื้อสัตว์ที่เราขายนั้นทำอาหารถวายพระหรือเลี้ยงคนยากไร้

และให้อธิษฐานว่า “บุญนี้ให้สัตว์ทั้งหลายที่ฉันได้ฆ่า หรือผู้อื่นฆ่าเพราะคำสั่งฉัน เหล่าสัตว์เหล่าใดก็ตามถ้าได้รับบุญแล้ว ก็ขอให้มีแต่ความสุขความเจริญ มีชีวิตวิญญาณที่ดีขึ้น ดีขึ้น และดีขึ้น ขอท่านจงหลุดพ้นจากกรรมเวรที่ตัวเองเคยสร้างไว้แล้ว และจงมีภพภูมิที่สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ไปจนกระทั่งเป็นเทวบุตรเทวดาในสรวงสวรรค์ เมื่อท่านได้รับบุญแล้ว ขอให้ท่านจงอโหสิกรรมให้ฉันด้วย ขอให้ท่านอย่าได้จองเวรซึ่งกันและกันเลย ท่านตายเพราะฉัน แต่ก็มีชีวิตที่ดีขึ้นเพราะฉัน ดีกว่าท่านตายเองหรือตายเพราะฝีมือผู้อื่น ซึ่งมีชีวิตทุกข์ทรมาน”
 


 
 

ในผู้ที่ถูกผีเข้า ให้เอาของให้ทานแก่ผู้ทรงศีล จะพระหรือฆราวาสก็ได้ตามแต่โอกาส แล้วให้อุทิศบุญเจาะจงถึงผีในร่างผู้ป่วยขอให้ผีตนนั้นได้รับบุญนี้ เมื่อผีได้รับบุญแล้วโปรดออกจากร่างผู้ป่วยเดี๋ยวนี้ ถ้าผีไม่ยอมออกก็ให้บ่อย ๆ ให้สิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังเช่น ให้เงินสิบบาทยี่สิบบาท ให้ขนมหนึ่งชิ้นแก่ใครก็ได้แล้วอุทิศบุญให้ผี เป็นต้น

หากผู้ที่ถูกคุณไสยให้อธิษฐานดังนี้ “ด้วยอำนาจบุญบารมีที่ฉันได้เคยสร้างและทำมาแล้วใจทุก ๆ ชาติ จงช่วยสลายสิ่งที่ชั่วร้ายที่มีผู้ส่งเข้าร่างผู้ป่วยให้สูญสลายไป ณ บัดนี้”

ต่อจากนั้นให้ทานแก่ผู้ทรงศีลขณะนั้นอธิษฐานว่า “ขออำนาจบุญนี้จงถึงวิญญาณชั่วร้ายที่มีคนส่งเข้าร่างผู้ป่วย และเมื่อเจ้าได้รับบุญแล้วจงมีความสุขความเจริญ ขอให้จงมีฤทธิ์มีอำนาจหลุดพ้นจากการถูกบังคับกดขี่ของผู้ทรงเวทวิทยาคมที่ส่งเจ้ามา และจงออกจากร่างคนป่วยเดี๋ยวนี้”

และหากถ้าไม่หายให้ทำบ่อย ๆ เดี๋ยวอาการก็ดีขึ้นเองโดยที่ท่านไม่ต้องไปทำพิธีอะไรอื่น และไม่ต้องไปเสาะหาจ้างหมอผีผู้มีสิทยาคมที่ไหนมาแก้ เพราะอำนาจของบุญนั้นอยู่เหนือสิ่งชั่วร้ายเสมอ
สิ่งที่ควรทำความเข้าใจ จงหลีกเลี่ยงการสวดมนต์เพื่อขับไล่วิญญาณ บทสวดมนต์แต่ละบทนั้นต่างล้วนมีอำนาจขับไล่และเบียดเบียนพวกวิญญาณชั้นต่ำในโลกทิพย์เหล่านั้นให้ต้องได้รับความเดือดร้อน และพระพุทธเจ้าทรงบัญญัติห้ามมิให้ภิกษุทำน้ำมนต์ขับไล่ผีไว้ในพระวินัยบัญญัติด้วย ดังนั้น หากว่าการสวดมนต์เพื่อเจริญพุทธานุสติ ธัมมานุสติ และสังฆานุสติ ขอโปรดอย่าตั้งจิตไปกำราบหรือคุกคามภูตผีปิศาจขั้นต่ำทั้งหลายให้ต้องได้รับความเดือดร้อน และเมื่อจะสวดให้ตั้งจิตระลึกเสียก่อนว่า “ภูตผีปิศาจชั้นต่ำทั้งหลายทั้งปวง บัดนี้ฉันจะกล่าวบทสวดมนต์ หากว่าผู้ใดชอบฟังเอาบุญกุศลก็ให้ตั้งใจฟังเอา และหากว่าผู้ใดฟังแล้วได้รับความทุกข์ทรมานก็ขอให้หลีกหนีไปที่อื่นจนกว่าฉันจะสวดมนต์เสร็จแล้วท่านจงกลับมาเถิด ฉันไม่ได้สวดเพื่อขับไล่ใคร แต่ฉันสวดเพื่อเจริญในพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณเท่านั้น”


 
 

ขอท่านอย่านิมนต์พระมาทำพิธีขับไล่ภูตผีในที่อยู่อาศัยอย่างเด็ดขาด เพราะว่าวิญญาณเขาเหล่านั้นต่างล้วนอยู่อาศัยที่นั้นมาก่อนเราอย่างสงบสุข บางตนก็เป็นญาติที่เราเคารพรักมาก่อนด้วย เขาเหล่านั้นตายไปแล้วมีบุญน้อยกุศลน้อย ก็เลยกลายเป็นภูตผีอาศัยอยู่ในบ้านนั้น และภูตผีบางตนมีความทุกข์เดือดร้อนพยายามส่งกระแสความเดือดร้อนมาให้เรารู้สึกเพื่อที่จะได้ทำบุญส่งให้พวกเขา แต่คนไม่เข้าใจคิดไปได้ว่าเขาจะมาเบียดเบียนหลอกหลอน จึงได้ไปนิมนต์พระมาสวดขับไล่ และหากว่าเราไปทำพิธีขับไล่เขา เขาก็ยิ่งเดือดร้อนหนักเข้าไปอีก แล้วพวกวิญญาณเหล่านั้นเขาก็จะรวมหัวกันมากลั่นแกล้งเหล่าผู้คนภายในบ้านให้เดือดร้อนวุ่นวายกันมากขึ้น และทำให้มีแต่เรื่องทะเลาะขัดแย้งกันเนือง ๆ ลองสังเกตดูได้ บ้านไหนที่มีคนถือวิชาอาคมและสวดมนต์สวดมนต์ไล่ผีอยู่บ่อย ๆ ทุกคนภายในบ้านจะหาความสุข ความสงบไม่ค่อยได้เลย พ่อ แม่ ลูก สามี ภรรยา ต่างทะเลาะขัดแย้งด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่บ่อย จนฆ่ากันตายมามากต่อมากแล้ว ด้วยเหตุนี้ ต่อไปนี้เมื่อมีเหตุเดือดร้อนภายในบ้านหรือภายในองค์กรแล้วละก็ ควรไปทำบุญทำทานอุทิศบุญกุศลให้พวกเขา และเมื่อพวกเขาอยู่สุขสบายก็จะเลิกรบกวนเรา แล้วเขาเหล่านนั้นก็จะกลับกลายมาเป็นองค์รักษ์ชั้นดีที่คอยปกปัก รักษาเราต่อไปตลอดไป
 


 
 

ควรหลีกเลี่ยงที่จะติดผ้ายันต์กันภูตผีในบ้าน หรือว่าพกเครื่องรางของขลังที่เบียดเบียนวิญญาณชั้นต่ำ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้จะกระทบกระเทือนไปถึงวิญญาณชั้นต่ำให้เขาได้รับความเดือดร้อนและเคียดแค้นชิงชัง อันจะเป็นการส่งผลให้เขาหันกลับมากลายเป็นเจ้ากรรมนายเวรจองล้างจองผลาญเราอีกไม่มีที่สิ้นสุดโดยที่เราไม่รู้ตัว บ้านเรือนเคหะสถานนั้นเป็นของที่มีอยู่ในโลกนี้ และเป็นทั้งที่อยู่ของผู้มีชีวิตในโลก และในอีกมิติหนึ่งที่เราโดยส่วนใหญ่มองไม่เห็น และไม่ควรเห็นแก่ตัวว่าเป็นสมบัติของเราแต่เพียงผู้เดียว เราควรร่วมกันอยู่กันอย่างสงบสุข เหล่าวิญญาณทั้งหลายต่างต้องการอาศัยบุญกุศลถึงอยู่ได้ ถ้าเหล่าวิญญณได้รับบุญจากมนุษย์ผู้อยู่อาศัยในผืนแผ่นดินเดียวกันเขาแล้วเขาย่อมพึงพอใจ และเขาเหล่านั้นจะรักษามนุษย์ให้มีความสุขความเจริญ และแม้พระพุทธเจ้าก็ยังตรัสสอนไว้ในเทวตาทิสสทักขิฌนุโมทนา ว่า

ยัสมิง ปะเทเส กัปเปติ วาสัง ปัณฑิตะชาติโย
สลวันเตตถะ โภเชตวา สัญญะเต พรหมะจาริโน
ยา ตัดถะ เทวตา อาสุง ตาสัง ทักขิฌะมาทิเส
ตา ปูชิตา ปูชะยันติ มานิตา มานะยันติ นัง
ตะโต นัง อนุกัมปันติ มาตา ปุตตัง วะ โอระสัง
เทวะตานุกัมปิโต โปโส สะทา ภัทรานิ ปัสสะติ
 

แปลความได้ว่า ผู้ฉลาดราชบัณฑิต เมื่ออาศัยอยู่ ณ สถานที่แห่งใด สมควรเชื้อเชิญผู้ทรงศีลเข้าไปเลี้ยงดูในสถานที่แห่งนั้น แล้วทำการอุทิศบุญให้แก่เทวดาผู้อาศัยอยู่ ณ สถานที่แห่งนั้น และเมื่อเทวดาด้รับการบูชาแล้วย่อมบูชาตอบ เป็นการแสดงความกตัญญูซึ่งกันและกัน
ในการให้ทานแก่บุคคลย่อมมีผลบุญแตกต่างกัน หากให้ในพระสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธานแล้วย่อมเกิดผลมากกว่าให้พระพุทธเจ้าองค์เดียว หากให้ในพระพุทธเจ้าย่อมมีผลมากกว่าให้ในพระอรหันต์ และหากให้ในพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ผู้ออกจากนิโรธสมาบัติ ย่อมที่จะมีผลมากกว่าให้ในพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ในสถานภาพปกติ และให้ในพระอรหันต์ย่อมมีผลเหนือกว่าให้ในพระอนาคามี หากว่าให้ในพระอนาคามีย่อมมีผลมากกว่าให้ในพระสกิทาคามี หากให้ในพระสกิทาคามีย่อมมีผลมากกว่าให้แก่พระโสดาบัน และให้ในพระโสดาบันย่อมมีผลมากกว่าให้แก่ผู้ทรงฌาน


 
 

และหากแม้นว่าให้ในผู้ทรงฌานย่อมเหนือกว่าให้ในพระผู้ประพฤติศีลตามปกติ ให้ในผู้มีศีลย่อมมากกว่าให้ผู้ไม่มีศีลโดยทั่วไป และให้ในคนนั้นย่อมมากกว่าให้ในสัตว์ ให้ในสัตว์ผู้เป็นโพธิสัตว์ย่อมมีผลมากกว่าให้ในสัตว์ธรรมดา และหากว่าให้ในสัตว์ที่มีคุณย่อมเกิดผลมากกว่าให้แก่สัตว์ที่ไม่มีคุณ และแม้แต่จะให้อาหารแก่พวกมดปลวกก็ยังเกิดกุศล ดังนั้น ชื่อว่าการให้ย่อมเกิดบุญกุศลทั้งสิ้นแล แต่จะมากน้อยก็ต่างกันไปตามสภาพ เงิน 1 บาท ถวายพระอรหันต์มีผลมากมายหาประมาณมิได้ แต่หากให้ในภิกษุผู้ทุศีลมีผลน้อยอย่างแน่นอน นี่คือความแตกต่างกันไปในผลของบุญที่ได้ทำ ถ้ารู้จักเลือกก็ให้เลือกที่ดีที่สุด แต่ถ้าเลือกไม่ได้ก็ให้ถวายในสงฆ์ส่วนรวมก็มีอานิสงส์มากมาย และหากว่าคนในศาสนาไหนก็ส่งบุญได้ ไม่ว่าพุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู ซิก ต่างล้วนมีวิธีสร้างกุศลผลบุญสะสมคุณงามความดีด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น และเมื่อเกิดบุญกุศลขึ้นก็สามารถส่งถึงผู้อยู่ในอีกโลกหนี่งได้ได้ด้วยวิธีเดียวกัน ก่อเกิดผลลัพธ์เช่นเดียวกัน
 


 
 

การเรียกบุญมาทำการอุทิศจะเกิดผลดังต่อไปนี้

- จะทำให้เทวดาที่ได้รับบุญแล้วท่านจะมีอิทธิฤทธิ์เพิ่มขึ้น และสามารถช่วยเหลือผู้ส่งบุญให้ได้รับความสำเร็จมากขึ้น และเทวดาที่รักษาเคหะสถานบ้านช่องบางหลังต่างก็แสดงอิทธิฤทธิ์แทนเจ้าของบ้านได้ เช่น เปิด-ปิดทีวี วิทยุ และไฟฟ้าในบ้านได้เอง จะทำให้พวกโจรขโมยไม่กล้าเข้าไปยกเค้าเพราะดูเหมือนว่ามีคนอยู่ในบ้าน ทั้งที่ความจริงแล้วไม่มีใครอยู่ในบ้านเลย

เทวดานั้นสามารถป้องกันไม่ให้เกิดไฟไหม้บ้านได้ ป้องกันภัยอันตรายจากพายุได้ ป้องกันต้นไม้หักโค่นล้มทับบ้านได้ หากว่าบ้านไหนถูกไฟไหม้แสดงว่าเทวดาไม่รักษาเพราะว่าเจ้าของบ้านมีบาปกรรม และไม่เคยส่งบุญให้เทวดาและเจ้ากรรมนายเวรเลย
- การเรียกบุญและอุทิศบุญให้เทวดา และเจ้ากรรมนายเวร ทำให้เจ้ากรรมนายเวรหยุดการจองเวรแล้วกลับมาเป็นเทวดาที่ปกป้องรักษาตัวเรา

- การเรียกบุญและอุทิศบุญให้เทวดา และเจ้ากรรมนายเวร ทำให้เป็นที่รักของเทวดา และมนุษย์-สัตว์ทั้งหลาย เป็นเสน่ห์แก่ผู้พบเห็น การเดินทางไปไหนมาไหนก็จะแคล้วคลาดจากภัยอันตราย
 


 
 

- การเรียกบุญและอุทิศบุญให้เทวดา และเจ้ากรรมนายเวร ธุรกิจการค้าเจริญรุ่งเริง หน้าที่การงานก้าวหน้า ทุกอย่างจะราบรื่น จะพบช่องทางทำมาหากินที่แจ้งชัดแน่นอน ถ้าตกงานก็จะได้งานทำที่ดีกว่า ถ้าเจ้านายเกลียดก็จะกลับมารักชอบมากขึ้น

- การเรียกบุญและอุทิศบุญให้เทวดา และเจ้ากรรมนายเวร ร้านอาหาร ร้านขายของ จะมีแขกเข้าร้านมากกว่าเดิม และสิ่งที่ห้ามลืม ถ้ามีคนมาอุดหนุนให้อธิษฐานบุญให้แก่เทวดาที่รักษาตัวของลูกค้าที่มีมาอุดหนุนทันที ต่อมาเทวดาก็จะดลใจให้ลูกค้ากลับ มาหาเราอีก
- การเรียกบุญและอุทิศบุญให้เทวดา และเจ้ากรรมนายเวร จะหลับก็ง่าย จะนอนก็สบาย ไม่ต้องใช้ยานอนหลับ ไม่ต้องสะดุ้งผวาตกใจ แม้ฝันก็ฝันดี สุขภาพร่างกายก็จะแข็งแรงขึ้นมากมาย ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมารบกวน

- การเรียกบุญและอุทิศบุญให้เทวดา และเจ้ากรรมนายเวร ครอบครัวจะอยู่กันอย่างอบอุ่นมีความสุข มีความเข้าอกเข้าใจกัน

- การเรียกบุญและอุทิศบุญให้เทวดา และเจ้ากรรมนายเวร เพื่อนบ้านที่เขม่นชิงชัง เป็นคอยหาเรื่องกัน ก็จะหันกลับมาเป็นมิตร รักใคร่ใยดี ให้ความเกรงอกเกรงใจซึ่งกันและกัน

ในทุก ๆ วันขอให้ท่านขยันในการเรียกบุญและอุทิศบุญให้ถี่ ๆ อยู่บ่อย ๆ และท่านยิ่งให้ ท่านก็จะได้ผลอย่างคาดไม่ถึงเลยเชียว อีกทั้งบุญก็ได้เพิ่มขึ้นทวีคูณ อีกทั้งยังเป็นการเจริญเมตตาอยู่ในตัวด้วย ยิ่งถ้าหากว่าท่านเป็นนักศีลนักบุญด้วยแล้วละก็ ยิ่งจะทำให้ท่านเห็นผลเร็วมากยิ่งขึ้น
 


 
 

วิธีเสดาะเคราะห์อย่างง่าย
สิ้นเคราะห์ : หนังสือแจกในงานมงคล พิมพ์ที่บัณฑิตการพิมพ์ หลัง วค.เพชรบุรี กรุงเทพฯ2526

เมื่อมีเหตุแผ้วพาลทั้งในส่วนร้ายหรือดี ก็มักจะกล่าวว่าถึงคราวเคราะห์ เช่นเคราะห์ดีหกล้มไม่เจ็บอะไร หรือเคราะห์ร้ายจังเดินเตะตะปูเข้าได้ แต่ความสุขของคนทั่วๆไปแล้ว เคราะห์หมายถึงความไม่ดีความไม่สมหวัง ทำให้เกิดความเสียหายโดยไม่คาดฝัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ไม่รู้จะโทษใคร เลยยกให้เป็นเคราะห์ไป ปัญหาจึงเกิดขึ้นตามมาว่า เคราะห์มาจากไหน ใครเป็นผู้บรรดาล จึงเกิดมีศาสตร์ขึ้นเรียกว่า "โหราศาสตร์" ซึ่งกล่าวถึงพระเคราะห์ต่างๆ ซึ่งผลัดกันหมุนเวียนมาเสวยอายุของคน มีระยะเวลาการเสวยอายุแตกต่างกัน รวมทั้งใครมาก่อนมาหลัง ดังนี้

พระอาทิตย์ เสวยอายุ 6 ปี
พระจันทร์ เสวยอายุ 15 ปี
พระอังคาร เสวยอายุ 8 ปี
พระพุธ เสวยอายุ 7 ปี
พระเสาร์ เสวยอายุ 10 ปี
พระพฤหัสบดี เสวยอายุ 19 ปี
พระราหู เสวยอายุ 12 ปี
พระศุกร์ เสวยอายุ 21 ปี
แล้วย้อนมีพระอาทิตย์เวียนกันไป

การนับการเสวยอายุนับวันเกิด คือจันทร์ถึงอาทิตย์ มีวันพุธเท่านั้น ถ้าเกิดกลางคืนก็นับพระราหู นอกจากการเสวยอายุแล้ว ก็ยังมีพระเคราะห์ต่างๆเข้าแทรกอีก กล่าวคือในระยะที่พระเคราะห์ใดเสวยอายุอยู่ก็แบ่งเป็น 8 ระยะ ตามพระเคราะห์จะเข้าแทรก ถ้าพระเคราะห์ใดเสวยอายุ พระเคราะห์นั้นจะเสวยอายุตัวเองระยะหนึ่ง ที่เหลือก็เป็นพระเคราะห์องค์อื่นๆเข้าแทรกตามเวลาแตกต่างกัน

เนื่องจากพระเคราะห์เสวยอายุ ทำให้ต้องมีการเสดาะเคราะห์ ซึ่งต้องเสียเงินทองมากมาย เป็นทางหาเงินของผู้มีอาชีพนี้ได้ทางหนึ่ง ในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธ ถ้ายังเชื่อมั่นอยู่ก็ควรจะทำบุญเลี้ยงพระ ตามจำนวนเท่ากับกำลังของพระเคราะห์ แต่ถ้าจะให้ประหยัดก็ใส่บาตรตามกำลังของพระเคราะห์ก็เพียงพอแล้ว


 
 

การเสดาะเคราะห์นั้น นิยมนิมนต์พระสงฆ์ไปเจริญพระพุทธมนต์งาน มีจำนวนเท่ากับกำลังพระเคราะห์ที่เข้าเสวยอายุ ดังนี้

1.พระอาทิตย์ มีกำลัง 6 เข้าเสวยอายุผู้ใด นิยมนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 6 รูป
2.พระจันทร์ มีกำลัง 15 เข้าเสวยอายุผู้ใด นิยมนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 15 รูป
3.พระอังคาร มีกำลัง 8 เข้าเสวยอายุผู้ใด นิยมนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 8 รูป
4.พระพุธ มีกำลัง 17 เข้าเสวยอายุผู้ใด นิยมนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 17 รูป
5.พระพฤหัสบดี มีกำลัง 19 เข้าเสวยอายุผู้ใด นิยมนิมนต์พระสงฆ์ จพนวน 19 รูป
6.พระศุกร์ มีกำลัง 21 เข้าเสวยอายุผู้ใด นิยมนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 21 รูป
7.พระเสาร์ มีกำลัง 10 เข้าเสวยอายุผู้ใด นิยมนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป
8.พระราหู มีกลัง 12 เข้าเสวยอายุผู้ใด นิยมนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 12 รูป
 


 
 

หรือการทำบุญใส่บาตรเสดาะเคราะห์ ตามกำลังพระเคราะห์ ดังนี้

พระอาทิตย์ มีกำลัง 6 เสวยอายุผู้ใด นิยมทำบุญใส่บาตรพระสงฆ์ 6 รูป อุทิศส่วนกุศลถวายพระทิตย์
พระจันทร์ มีกำลัง 15 เสวยอายุผู้ใด นิยมทำบุญใส่บาตรพระสงฆ์ 15 รูป อุทิศส่วนกุศลถวายพระจันทร์
พระอังคาร มีกำลัง 8 เสวยอายุผู้ใด นิยมทำบุญใส่บาตรพระสงฆ์ 8 รูป อุทิศส่วนกุศลถวายพระอังคาร
พระพุธ มีกำลัง 17 เสวยอายุผู้ใด นิยมทำบุญใส่บาตรพระสงฆ์ 17 รูป อุทิศส่วนกุศลถวายพระพุธ
พระเสาร์ มีกำลัง 10 เสวยอายุผู้ใด นืยมทำบุญใส่บาตรพระสงฆ์ 10 รูป อุทิศส่วนกุศลถวายพระเสาร์
พระพฤหัสบดี มีกำลัง 19 เสวยอายุผูใด นิยมทำบุญใส่บาตรพระสงฆ์ 19 รูป อุทิศส่วนกุศลถวายพระพหัสบดี
พระราหู มีกำลัง 12 เสวยอายุผู้ใด นิยมทำบุญใส่บาตรพระสงฆ์ 12 รูป อุทิศส่วนกุศลถวายพระราหู
พระศุกร์ มีกำลัง 21 เสวยอายุผู้ใด นิยมทำบุญใส่บาตรพระสงฆ์ 21 รูป อุทิศส่วนกุศลถวายพระราหู

การรับพระเคราะห์ หรือการเสดาะเคราะห์ โดยการทำบุญใส่บาตร ก็เป็นกุศลอย่างหนึ่ง ทำให้สบายใจและประหยัด.
 


 
 

พระราหูเสวยอายุ 12 ปี มีพระเคราะห์เข้าแทรก ดังนี้

พระราหู เสวยอายุตัวเอง 1 ปี 4 เดือน ถึงอายุ 1 ปี 4 เดือน ทำนายว่า ต้องโทษ เลือดตกยางออก เจ็บมือเท้า
พระศุกร์ เข้าแทรก 2 ปี 3 เดือน ถึงอายุ 3 ปี 7 เดือน ทำนายว่า จะได้ลาภ
พระอาทิตย์ เข้าแทรก 8 เดือน ถึงอายุ 4 ปี 3 เดือน ทำนายว่า จะได้ลาภจากผู้ใหญ่ ได้ทรัพย์สิน
พระจันทร์ เข้าแทรก 1 ปี 6 เดือน ถึงอายุ 5 ปี 9 เดือน ทำนายว่า ผู้ใหญ่กล่าวโทษ จะแพ้ความ
พระอังคาร เข้าแทรก 9 เดือน 20 วัน ถึงอายุ 6 ปี 6 เดือน 20 วัน ทำนายว่า จะเสียทรัพย์สิน
พระพุธ เข้าแทรก 1 ปี 7 เดือน 20 วัน ถึงอายุ 8 ปี 2 เดือน 10 วัน ทำนายว่า ระยะแรกได้ลาภ แล้วเกิดการเจ็บป่วย
พระเสาร์ เข้าแทรก 1 ปี 8 เดือน 10 วัน ถึงอายุ 9 ปี 10 เดือน 20 วัน ทำนายว่า ระวังอัคคีภัย
พระพฤหัสบดี เข้าแทรก 2 ปี 1 เดือน 10 วัน ถึงอายุ 12 ปี ทำนายว่า ระวังถ้อยความ

กล่าวได้ว่าในจำนวนอายุ 12 ปี จะพบกับเรื่องดี ในช่วงพระศุกร์ กับพระอาทิตย์แทรกเป็นเวลา 2 ปี 11 เดือน จะพบกับเรื่องดี-ร้ายก้ำกึ่ง ในช่วงพระพุธแทรก เป็นเวลา 1 ปี 7 เดือน 20 วัน และจะพบกับเรื่องร้ายๆ ในช่วงพระราหูเสวยอายุตัวเอง พระจันทร์ พระอังคาร พระเสาร์ พระพฤหัสบดี แทรก รวมกันเป็นเวลา 7 ปี 5 เดือน นั่นก็คือ พออายุครบ 4 ปี 3 เดือน รุ่งขึ้นเพียง 1 วัน ก็เจอเรื่องร้ายๆไปจนครบ 12 ปี

 


 
 

บทส่งท้าย

คำบูชาเทวดานพเคราะห์ตำรับพิเศษ ปฏิบัติด้วยตนเอง
โดย นายเปล่ง ชื่นกลิ่นธูป

(ท่องนะโม 3 จบ)
(ท่องคำบูชาพระรัตนตรัย อิติปิโส..)

นะโม เม สัพพะพุทธานัง สัพพัคคะหา จะ เทวะตา
สุริโย จันโท ภุมโม วุโธ คะรุ สุกโก ปะมุญจะสิ
โสโร ราหู จะเกตุ จะ สัพพะลาภา ภะวันตะ เม
พุทธโธ ธัมโม สังโฆ จาติ เสฏเฐตัง ระตะนัตตะยัง
เอตัสสะ อานุภาเวนะ สัพพะลาภา ภะวันตุ เม
สัพพะทุกขา วินัสสันตุ สัพพะภะยา วินัสสันตุ
สัพพะโรคา วินัสสันตุ สัพพะโสตถี ภะวันตุ เม.

อิติปิโส ภะคะวา ข้าพเจ้า..........................ขอถวายบังคม บรมเทพผู้เรืองฤทธิ์
คือองค์พระ...............เสด็จมาเสวยชนมายุข้าพเจ้า...............................
ได้.......ปี เวียนรอบในทะวาทศจักระราศี ต้องพระเคราะห์องค์นอก ต้องพระเคราะห์องค์ใน ต้องพระเคราะห์องค์ใดใด ขอให้มีชัยมงคล คุ้มโทษและโทษา วิญญาณะสัมปันโน อิติปิโส ภะคะวา สาระพัดทุกข์ สาระพัดโศก สาระพัดโรค สาระพัดเสนียดจัญไร ออกไปให้พ้น วินาสสันติ คัจฉะอะมุมหิ โอกาเสติฏฐาหิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ.

ปัจฉิมลิขิต : เมื่อใกล้วาระพระราหูเสวยอายุ ให้ท่องคาถา
"ไม่ประมาท หมั่นทำดี มีสติ"

ใช้หัวใจพระพุทธศาสนาพิชิตสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง : "ทำความดี ละความชั่ว ทำจิตให้สงบ"
 


 
 

ดูเหมือนว่าจะจบ จริงๆแล้วยังไม่จบ
ถ้าหากไม่กล่าวถึง กำหนดเวลาพระเคราะห์เสวยอายุและพระเคราะห์แทรก อีก 7 องค์
โดยจะเริ่มจากพระอาทิตย์ก่อน ค่อยๆติดตามนะครับ คงไม่จบในวันเดียว

พระอาทิตย์เสวยอายุ 6 ปี มีพระเคราะห์แทรก ดังนี้

พระอาทิตย์ เสวยอายุตัวเอง 4 เดือน ถึงอายุ 4 เดือน - จะป่วยไข้ เกิดอุปัทวเหตุ มีศัตรู
พระจันทร์ เข้าแทรก 11 เดือน ถึงอายุ 1 ปี 3 เดือน - จะเจ็บไข้ ทะเลาะกับคนในครอบครัว
พระอังคาร เข้าแทรก 5 เดือน 10 วัน ถึงอายุ 1 ปี 8 เดือน 10 วัน - ระวังไฟ เจ้านายจะให้โทษ เกิดคดีความ
พระพุธ เข้าแทรก 11 เดือน 10 วัน ถึงอายุ 2 ปี 7 เดือน 20 วัน - มีความสุข ได้ลาภ ยศ สรรเสริญ
พระเสาร์ เข้าแทรก 6 เดือน 20 วัน ถึงอายุ 3 ปี 2 เดือน 10 วัน - ระวังอาวุธ เขี้ยวงา เกิดถ้อยความ
พระพฤหัสบดี เข้าแทรก 1 ปี 20 วัน ถึงอายุ 4 ปี 3 เดือน 10 วัน -จะได้ลาภ เจ้านายรักใคร่ มิตรสหายให้ลาภ
พระราหู เข้าแทรก 1ปี 8 เดือน ถึงอายุ 5 ปี 11 เดือน - เสียทรัพย์ โจรภัย
พระศุกร์ เข้าแทรก 1 เดือน ถึงอายุ 6 ปี - จะได้ลาภสัตว์ 2 เท้า 4 เท้า ช้างม้า ข้าทาส ไปทิศอุดร ทักษิณ จะมีลาภ


 
 
 
 

พระจันทร์เสวยอายุ 15 ปี มีพระเคราะห์เข้ามาแทรก ดังนี้

พระจันทร์ เสวยอายุตัวเอง 2 ปี 1 เดือน ถึงอายุ 2 ปี 1 เดือน - จะได้ข่าวดี ลาภเงินทอง ที่อยู่อาศัย ลาภมาจากทิศตะวันออกและทิศใต้
พระอังคาร เข้าแทรก 1 ปี 1 เดือน 10 วัน ถึงอายุ 3 ปี 2 เดือน 10 วัน - เสียทรัพย์ เสียญาติ ศัตรูปองร้าย เจ็บไข้
พระพุธ เข้าแทรก 2 ปี 4 เดือน 10 วัน ถึงอายุ 5 ปี 6 เดือน 20 วัน - มีลาภ มีชื่อเสียงเพราะมิตร ลูกเมียดี ลาภมาจากทิศใต้
พระเสาร์ เข้าแทรก 1 ปี 4 เดือน 20 วัน ถึงอายุ 6 ปี 11 เดือน 10 วัน - เสียทรัพย์ เสียชื่อเสียง ระวังอัคคีภัย ให้เกรงศัตรู
พระพฤหัสบดี เข้าแทรก 2 ปี 7 เดือน 20 วัน ถึงอายุ 9 ปี 7 เดือน - เสียทรัพย์ ศัตรูปองร้าย
พระราหู เข้าแทรก 1 ปี 8 เดือน ถึงอายุ11ปี 3 เดือน - เสียทรัพย์ ถูกใส่ร้าย ต้องโทษทัณฑ์ จะเกิดความเพราะหญิง
พระศุกร์ เข้าแทรก 2 ปี 11 เดือน ถึงอายุ 14 ปี 2 เดือน - มีลาภ ได้ยศศักดิ์ ได้ลูกเมีย
พระอาทิตย์ เข้าแทรก 10 เดือน ถึงอายุ 15 ปี - เสียทรัพย์ คนเอาใจออกห่าง ให้เกรงชายผิวเนื้อดำแดง มาแต่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หรือทิศตะวันตกเฉียงใต้


 
 

พระอังคารเสวยอายุ 8 ปี มีพระเคราะห์เข้าแทรก ดังนี้

พระอังคาร เสวยอายุตัวเอง 7 เดือน 3 วัน ถึงอายุ 7 เดือน 3 วัน - เจ็บไข้ เสียทรัพย์ เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง
พระพุธ เข้าแทรก 1 ปี 3 เดือน 5 วัน ถึงอายุ 1 ปี 10 เดือน 8 วัน - ได้ลาภ มิตรและเจ้านายดี
พระเสาร์ เข้าแทรก 8 เดือน 26 วัน ถึงอายุ 2ปี 7 เดือน 4 วัน - เลือดตกยางออก ทรัพย์วิบัติ จากที่อยู่
พระพฤหัสบดี เข้าแทรก 1 ปี 4 เดือน 26 วัน ถึงอายุ 4 ปี - ได้ลาภ มีการแต่งงาน
พระราหู เข้าแทรก 10 เดือน 20 วัน ถึงอายุ 4 ปี 10 เดือน 20 วัน - เจ็บป่วย เกิดถ้อยความ ระวังไฟ
พระศุกร์ เข้าแทรก 1 ปี 1 เดือน 20 วัน ถึงอายุ 6 ปี 10 วัน - ได้ที่อยู่อาศัย ญาติมิตรให้คุณ
พระอาทิตย์ เข้าแทรก 5 เดือน 10 วัน ถึงอายุ 6 ปี 5 เดือน 20 วัน - เจ็บป่วย จากที่อยู่อาศัย ของหาย
พระจันทร์ เข้าแทรก 1 ปี 6 เดือน 10 วัน ถึงอายุ 8 ปี - ได้ลาภทั้งทรัพย์สินเงินทอง จากหญิงผิวขาวเหลือง อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้


 
 

พระพุธเสวยอายุ 17 ปี มีพระเคราะห์เข้าแทรก ดังนี้

พระพุธ เสวยอายุตัวเอง 2 ปี 8 เดือน 8 วัน ถึงอายุ 2 ปี 8 เดือน 8 วัน - มีลาภใหญ่
พระเสาร์ เข้าแทรก 1 ปี 6 เดือน 26 วัน ถึงอายุ 4 ปี 3 เดือน 4 วัน - จากลูกเมีย เสียทรัพย์ เสียญาติผู้ใหญ่ ชายผิวดำแดงให้โทษ
พระพฤหัสบดี เข้าแทรก 2 ปี 11 เดือน 26 วัน ถึงอายุ 7 ปี 11 เดือน - เสียทรัพย์สินชื่อเสียง ไปต่างเมืองมีอันตราย อยู่บ้านจะได้บุตรภริยาพึงใจ
พระราหู เข้าแทรก 1 ปี 10 เดือน 20 วัน ถึงอายุ 9 ปี 1 เดือน 20 วัน - เจ็บป่วย จากที่อยู่ พบภัยต่างๆ
พระศุกร์ เข้าแทรก 3 ปี 3 เดือน 20 วัน ถึงอายุ 12 ปี 5 เดือน 10 วัน -ได้ลาภใหญ่ คิดการใดก็สำเร็จ
พระอาทิตย์ เข้าแทรก 11 เดือน 10 วัน ถึงอายุ 13 ปี 4 เดือน 20 วัน - เจ็บไข้ จากลูกเมีย เสียทรัพย์ ให้แปรสถานไปทิศตะวันออก
พระจันทร์ เข้าแทรก 2 ปี 4 เดือน 10 วัน ถึงอายุ 15 ปี 9 เดือน - พบมิตรดี ทำการใดก็สำเร็จ
พระอังคาร เข้าแทรก 1 ปี 3 เดือน ถึงอายุ 17 ปี - เจ็บไข้ เสียทรัพย์ ระวังคนทำร้าย ศัตรูผิวเนื้อดำแดง จากทิศตะวันออกเฉียงใต้ และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ


 
 

พระเสาร์เสวยอายุ 10 ปี มีพระเคราะห์เข้าแทรก ดังนี้

พระเสาร์ เสวยอายุตัวเอง 11 เดือน 4 วัน ถึงอายุ 11 เดือน 4 วัน - เคราะห์ร้าย ให้ระวังความวิบัติ
พระพฤหัสบดี เข้าแทรก 1 ปี 9 เดือน10 วัน ถึงอายุ 2 ปี 8 เดือน 4 วัน - ได้ลาภ มีการแต่งงาน
พระราหู เข้าแทรก 1 ปี 1 เดือน 10 วัน ถึงอายุ 3 ปี 9 เดือน 24 วัน - เกิดภัยต่างๆ
พระศุกร์ เข้าแทรก 1 ปี 11 เดือน 20 วัน ถึงอายุ 5 ปี 9 เดือน 14 วัน - เจ็บป่วย โดยเฉพาะตา
พระอาทิตย์ เข้าแทรก 6 เดือน 20 วัน ถึงอายุ 6 ปี 4 เดือน 4 วัน - เกิดภัยต่างๆ
พระจันทร์ เข้าแทรก 1 ปี 4 เดือน 26 วัน ถึงอายุ 7 ปี 9 เดือน - ได้ลาภ
พระอังคาร เข้าแทรก 8 เดือน 3 วัน ถึงอายุ 8 ปี 5 เดือน 3 วัน - เสียทรัพย์สิน เสียญาติ
พระพุธ เข้าแทรก 1 ปี 6 เดือน 27 วัน ถึงอายุ 10 ปี - ระวังแมลง สัตว์ กัดต่อย


 

พระพฤหัสบดีเสวยอายุ 19 ปี มีพระเคราะห์เข้าแทรก ดังนี้

พระพฤหัสบดี เสวยอายุตัวเอง 3 ปี 4 เดือน 4 วัน ถึงอายุ 3 ปี 4 เดือน 4 วัน - ได้ลาภ ทรัพย์สิน เงินทอง
พระราหู เข้าแทรก 2 ปี 1 เดือน 10 วัน ถึงอายุ 5 ปี 5 เดือน 14 วัน -จะได้ของกำนัลก่อน และเสียทรัพย์ทีหลัง
พระศุกร์ เข้าแทรก 3 ปี 8 เดือน 10 วัน ถึงอายุ 9 ปี 1 เดือน 24 วัน - -ได้ลูกเมีย
พระอาทิตย์ เข้าแทรก 1 ปี 1 เดือน 20 วัน ถึงอายุ 10 ปี 3 เดือน 14 วัน - เจ็บไข้ เมื่อพ้น 60 วัน แล้วจึงดี
พระจันทร์ เข้าแทรก 2 ปี 7 เดือน 20 วัน ถึงอายุ 12 ปี 11 เดือน 4 วัน - มีลาภเล็กน้อย ให้เกรงภัยจากผู้หญิงผิวขาวเหลือง จากทิศตะวันออก และทิศใต้
พระอังคาร เข้าแทรก 1 ปี 4 เดือน 26 วัน ถึงอายุ 14 ปี 4 เดือน- เสียทรัพย์เสียชื่อเสียง ถูกใส่ความ
พระพุธ เข้าแทรก 2 ปี 10 เดือน 26 วัน ถึงอายุ 17 ปี 2 เดือน 26 วัน - ได้ทัพย์สิน ชื่อเสียง มีการแต่งงาน
พระเสาร์ เข้าแทรก 1 ปี 9 เดือน 4 วัน ถึงอายุ 19 ปี - คนใช้ให้โทษ ผู้ใหญ่ใส่ความ แพ้ความ ถ้าไข้ให้แปรสถานไปทิศตะวันตกเฉียงเหนือ


 

พระศุกร์เสวยอายุ 21 ปี มีพระเคราะห์เข้าแทรก ดังนี้

พระศุกร์ เสวยอายุตัวเอง 4 ปี 1 เดือน ถึงอายุ 4 ปี 1 เดือน - จะได้ข้าวของผู้คน สัตว์เลี้ยง
พระอาทิตย์ เข้าแทรก 1 ปี 2 เดือน ถึงอายุ 5 ปี 3 เดือน - เจ็บหน้า ตามัว ระวังปากตัวเอง จะแพ้ความ
พระจันทร์เข้าแทรก 2 ปี 11 เดือน ถึงอายุ 8 ปี 2 เดือน - ได้ลาภ เงินทอง ของมีค่า
พระอังคาร เข้าแทรก 1 ปี 6 เดือน 20 วัน ถึงอายุ 9 ปี 8 เดือน 20 วัน - ได้ทรัพย์สิน ยศศักดิ์ สรรเสริญ
พระพุธ เข้าแทรก 3 ปี 3 เดือน 20 วัน ถึงอายุ 13 ปี 10 วัน - ได้ลาภ เงินทอง ที่ดิน
พระเสาร์ เข้าแทรก 1 ปี 11 เดือน 10 วัน ถึงอายุ 14 ปี 11 เดือน 20 วัน - จากลูกเมีย จากที่อยู่อาศัย
พระพฤหัสบดี เข้าแทรก 3 ปี 8 เดือน 10 วัน ถึงอายุ 18 ปี 8 เดือน - ได้ลาภ ยศศักดิ์
พระราหู เข้าแทรก 2 ปี 4 เดือน ถึงอายุ 21 ปีเสียญาติ เสียทรัพย์


 

การพยากรณ์เมื่อพระเคราะห์เสวยอายุโดยทั่วไป

1.พระอาทิตย์เสวยอายุ มักเป็นโรคเจ็บป่วยทางตา ปวดศรีษะ ปวดท้อง จะเสียเงินทอง ระวังศัตรู ฟืนไป

ถ้าเกิดวันพฤหัสบดี ที่ว่าร้าย จะเบาบางลง
ถ้าเกิดวันเสาร์จะค่อยยังชั่ว
ถ้าเกิดวันอังคาร จะรุนแรงขึ้น
วันนอกนั้น ปกติ

2. พระจันทร์เสวยอายุ ว่าดีทุกอย่าง

ถ้าเกิดวันพุธ ยิ่งดีใหญ่ ต้องเป็นวันพุธกลางวัน

3.พระอังคารเสวยอายุ ระวังอุปัทวเหตุ โจรร้าย และการถูกลงโทษทัณฑ์

ถ้าเกิดวันศุกร์ ค่อยยังชั่ว
ถ้าเกิดวันอาทิตย์ ต้องระมัดระวังให้จงหนัก

4.พระพุธเสวยอายุ มักได้ลาภโดยวาจา ลาภจากอาหารการกิน ลาภจากสตรี

ถ้าเกิดวันจันทร์ วันศุกร์ยิ่งดี
ถ้าเกิดวันพุธกลางคืนไ

5. พระพฤหัสบดีเสวยอายุ จะได้ลาภจากผู้ใหญ่

ถ้าเกิดวันอาทิตย์ ยิ่งดีใหญ่

6.พระศุกร์เสวยอายุ ผู้ใหญ่ให้ลาภ

ถ้าเกิดวันอังคาร จะดีมาก
ถ้าเกิดวันเสาร์ จะได้ลาภลดน้อยลง

7.พระเสาร์เสวยอายุ ตำราว่าร้าย ทั้งโรคภัยไข้เจ็บ พลัดที่อยู่ รับแต่ความทุกร์

ยิ่งเกิดวันศุกร์ยิ่งร้ายใหญ่
ถ้าเกิดวันพุธกลางคืน ค่อยยังชั่วหน่อย

8.พระราหูเสวยอายุ ให้ระวังการเจ็บป่วยที่มือและเท้า ระวังอาหารการกิน และผู้คนในเรือน

สำหรับคนเกิดวันเสาร์ โทษจะเบาบางลง
คนเกิดวันพุธ จะร้ายนัก
อย่างไรก็ดี ราหูเสวยอายุ ทำราชการดี

(จบเพียงแค่นี้ หากมีความรู้เพิ่มเติม จะนำเสนอในโอกาสต่อไป)


 

เชิญชวนสวดพระคาถาอุปปาตะสันติ

พระคาถาอุปปาตะสันตินั้นเป็นพระคาถาเก่าแก่ของล้านนา เป็นพระคาถาที่ศักดิ์สิทธิ์และเนื้อหาไพเราะมาก เป็นบทสวดเพื่อสงบเคราะห์กรรม สวดเพื่อสงบเหตุร้าย และสวดเพื่อสงบสิ่งที่กระทบกระเทือนให้เดือดร้อนต่างๆนาๆ พระคาถาอุปปาตะสันติเป็นพระคาถาที่น่าสวดเป็นอย่างยิ่ง ผู้ที่สวดนอกจากจะได้บุญมากแล้ว ยังมีคุณประโยชน์และอานิสงส์เป็นอเนกประการเพราะสาเหตุที่ว่า

๑. ได้กล่าวถ้อยคำสรรเสริญคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากมายหลายพระองค์
๒. ได้กล่าวถ้อยคำสรรเสริญคุณของพระธรรมเจ้า
๓. ได้กล่าวถ้อยคำสรรเสริญคุณของพระปัจเจกพุทธเจ้า(พระปัจเจกพุทธเจ้าหมายถึง พระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง แต่ไม่ได้สั่งสอนใคร ไม่ได้วางหลักศาสนาไว้ พระปัจเจกพุทธเจ้าจะอุบัติขึ้นมาในโลก ก็ต้องเป็นยุคที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระพุทธศาสนาไม่ดำรงอยู่ในโลกแล้ว ในทางพระพุทธศาสนาถือว่าพระปัจเจกพุทธเจ้ามีบารมีน้อยกว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่มีบารมีมากกว่าพระอรหันต์สาวกทั้งหลาย)
๔. ได้กล่าวถ้อยคำสรรเสริญคุณของพระอรหันต์สาวกสงฆ์
๕. ได้กล่าวถ้อยคำสรรเสริญคุณของพระสาวิกาภิกษุณีอรหันต์
๖. ได้ระลึกถึงเทวดาทั้งหลาย เป็นเทวตานุสติกรรมฐาน อันเป็นกรรมฐานกองหนึ่งที่จะทำให้เป็นที่รักที่ชอบใจของเทวดา ส่วนอานุภาพพระคาถาอุปปาตะสันติมีนานับประการ จากที่ท่านนำมากล่าวไว้ตอนท้ายตรงส่วนอานิสงส์ของพระคาถามีดังนี้
๑. ผู้ที่สวดหรือฟังพระคาถาอุปปาตะสันติ จะหนีไกลจากบาปทุกประการ มีความเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณ
๒. ผู้ใดปรารถนาความสวัสดี ก็ได้ความสวัสดี ผู้ปรารถนาความสุข ก็ได้ความสุข ผู้ปรารถนาให้อายุยืน ก็จะได้อายุยืน ผู้ต้องการมีบุตร ก็จะได้บุตร
๓. โรคต่างๆ จะไม่เบียดเบียน ไม่ตายก่อนอายุ (ตายโหง) เทวดาฝ่ายมารจะไม่รังแก
๔. จะปราศจากเคราะห์ร้ายและโพยภัย นิมิตร้ายและสิ่งที่ตั้งขึ้นจากบาปกรรมย่อมพินาศไป ย่อมถึงความมีอายุยืน ความสวัสดีอันยิ่ง และความไม่มีโรค ในกาลทุกเมื่อ
๕. ผู้ที่ฟังพระคาถาอุปปาตะสันติ ถ้าเข้าไปสู่สมรภูมิ ศาสตราวุธจะไม่กล้ำกราย สามารถเอาชนะข้าศึกได้
๖. ย่อมมีความอิ่มอกอิ่มใจในกาลทุกเมื่อ ความวิบัติไม่กล้ำกราย ไร้โรคาพยาธิ เจริญด้วยทรัพย์ศฤงคาร
๗. สัตว์ร้ายน้อยใหญ่ ภูติผีปีศาจ ย่อมสงบลงได้ เมื่อมีการสวดพระคาถาอุปปาตะสันติ
๘. บุคคลผู้ใดสวดพระคาถาอุปปาตะสันติ แล้วอุทิศให้ผู้ใด ที่มีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม ย่อมบังเกิดผลมงคลใหญ่แก่ผู้ที่เราอุทิศให้นั้น
๙. เมื่อมีการสวดพระคาถาอุปปาตะสันติในที่ใด อารักขเทวดาในที่นั้นย่อมได้ประโยชน์จากการสวด แล้วจะรักษาสถานที่นั้นให้เจริญปลอดภัยยิ่งขึ้น
๑๐. เหตุร้ายอันเกิดจากแผ่นดินไหวและน้ำท่วมเป็นต้น เหตุร้ายอันเกิดจากฟากฟ้า เหตุร้ายอันเกิดจากดวงดาว เหตุร้ายที่เกิดจากบาปกรรม ย่อมพินาศไปด้วยเดชของพระคาถาอุปปาตะสันติ
เนื่องจากพระคาถาอุปปาตะสันติมีความยาว ผู้ที่มีความศรัทธาต้องการสวดพระคาถาอุปปาตะสันติ อาจมีวิธีสวดได้หลายแบบ เช่นสวดไม่ต้องจบในวันเดียว วันนี้สวดถึงไหนก็คั่นเอาไว้ วันต่อไปค่อยมาสวดต่อ ส่วนใครจะสวดทั้งคำบาลีและคำแปลไทย หรือใครจะสวดคำบาลีอย่างเดียว หรือว่าสวดเฉพาะคำแปลไทยอย่างเดียวก็ได้ เลือกกันเอาเอง ตามความสมัครใจและความศรัทธา การสวดจะเป็นบ่อเกิดแห่งบุญและกุศลบารมีอันยิ่งใหญ่มาก ขออนุโมทนา สาธุการ ในบุญกุศลของท่านที่มีศรัทธาในการสวดพระคาถาอุปปาตะสันติเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา : http://palapanyo.com/files/dir11/


 

ประวัติคัมภีร์อุปปาตะสันติ

"อุปปาตะสันติ" ทางเมืองเหนือเรียกว่า "มหาสันติงหลวง" แปลว่า บทสวดเพื่อสงบเคราะห์กรรม สวดเพื่อสงบเหตุร้าย และสวดเพื่อสงบสิ่งที่กระทบกระเทือน

คัมภีร์อุปปาตะสันติ เป็นวรรณกรรมภาษาบาลีของล้านนาไทย แต่งโดยพระมหามังคละสีละวังสะ พระเถระนักปราชญ์ของชาวเชียงใหม่รูปหนึ่ง ในสมัยของพระเจ้าสิริธรรมจักกวัตติลกราชาธิราช (พระเจ้าติโลกราช) รัชกาลที่ ๑๑ แห่งราชวงศ์มังราย ระหว่างพ.ศ. ๑๙๘๕-๒๐๓๐ เป็นคาถาล้วนจำนวน ๒๗๑ คาถาจัดเข้าในหนังสือประเภท "เชียงใหม่คันถะ"

คัมภีร์นี้เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย ในหมู่ชนชาวล้านนามาแต่โบราณกาล ทั้งพระสงฆ์ สามเณร และชาวบ้าน พากันสวดและฟังอุปปาตะสันติ เพื่อกลับความร้ายให้กลายเป็นความดี มีคำเล่าว่า สมัยที่ท่านแต่งอุปปาตะสันตินั้น ที่เชียงใหม่มีโจรผู้ร้ายและคนอันธพาลชุกชุมผิดปกติ มีเหตุร้ายและสิ่งกระทบกระเทือนอยู่เสมอ พระมหาเถระสีละวังสะจึงให้พระสงฆ์สามเณรและประชาชนพากันสวด และฟังอุปปาตะสันติ เพื่อสงบเหตุร้ายทั้งมวลที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง

ต่อมาชาวพม่ามีความเลื่อมใส นำคัมภีร์นี้เข้าไปในประเทศพม่า ชาวพม่าทั้งพระสงฆ์และประชาชน นับถือว่าพระคัมภีร์อุปปาตะสันตินี้มีความศักดิ์สิทธ์มาก พากันนิยมท่อง นิยมสวด และนิยมฟังกันอย่างกว้างขวาง แพร่หลายไปทั่วประเทศพม่าในสมัย ๕๐๐ ปีที่ล่วงแล้ว ในงานพิธีสืบชะตา งานขึ้นบ้านใหม่เป็นต้น

เนื้อความในอุปปาตะสันติคาถานั้น สรุปได้ว่า ...

เป็นธรรมที่กระทำความสงบอันยิ่งใหญ่
เป็นธรรมเครื่องสงบเหตุร้ายทั้งปวง
เป็นธรรมเครื่องป้องกันอมนุษย์ และยักษ์
เป็นธรรมเครื่องพ้นจากความตายก่อนกำหนดเวลา
เป็นธรรมเครื่องย่ำยีกำลังของข้าศึก
เป็นธรรมเครื่องจำเริญชัยชนะแด่พระราชา
เป็นธรรมเครื่องนำสิ่งที่ไม่น่าปรารถนาทั้งปวงออกไป
อุปปาตะสันติคาถาเป็นบทสวดอย่างพิสดาร ท่านจึงกล่าวพระนามของพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์ไว้อย่างครบถ้วน ทั้งที่มีมาในอดีต ในปัจจุบัน และจักมีมาในอนาคต รวมตลอดไปจนถึงท่านที่ทรงคุณ ทรงอำนาจ ทรงฤทธิ์ ในทางที่ดีอื่นๆ เช่น เทวดา อินทร์ พรหม ยักษ์ นาค คนธรรพ์ ครุฑ อสูรเป็นต้น เพื่อขอความเป็นมงคล ความสงบ ความสวัสดี ความไม่มีโรค ชัยชนะ และอายุ รวมทั้งขอให้ท่านคุ้มครองให้พ้นจากเหตุเภทภัยนานัปการ อันจะบังเกิดขึ้นในกาลทุกเมื่อ

คัมภีร์อุปปาตะสันติเป็นคัมภีร์ของไทย แต่ต้นฉบับได้จากเมืองไทยไปอยู่เมืองพม่าเสียนาน จนแทบกล่าวได้ว่าคนไทยในสมัยหลังๆ นี้ ไม่มีใครรู้จัก ไม่เคยได้ยิน แม้แต่ชื่อของคัมภีร์นี้

แต่บัดนี้ เป็นที่โสมนัสยินดียิ่ง ที่เจ้าคุณธรรมคุณาภรณ์ (เช้า ฐิตะปัญโญ) ป.ธ.๙ วัดมหาโพธาราม ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ท่านได้ชำระคัมภีร์นี้เป็นภาษาบาลีอักษรไทย เพื่อความสะดวกแก่ผู้อ่านที่ไม่สันทัดบาลี โดยได้ต้นฉบับภาษาบาลีอักษรพม่า จากท่านพระอาจารย์ภัททันตะ ธัมมานันทมหาเถระอัครมหาบัณฑิต แห่งวัดท่ามะโอ จังหวัดลำปาง

นับว่า เป็นการนำคัมภีร์ของล้านนาไทยโบราณ กลับคืนมาสู่เมืองไทย ให้ชาวไทยในยุคปัจจุบันได้รู้จัก ได้ศึกษา ได้สวด ได้ฟัง ให้เกิดประโยชน์ทางสันติ เพื่อความสงบระงับจากภัยพิบัติทั้งปวง และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวล้านนา ชาวไทย ตลอดจนชาวโลกทั้งมวล

 


 

อุปปาตะสันติ

บทสวดสงบเหตุร้าย
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ.

ขอความนอบน้อมของข้าพเจ้าจงมีแด่พระผู้มีพระภาค
อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

(คำเริ่มต้นคัมภีร์)

(ก)สุทุททะโส อะยัง ธัมโมโลกัตถัง ชินะเทสิโต
มะหาสันติกะโร โลเกสัพพะสัมปัตติทายะโก.
ธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ เพื่อประโยชน์ของสัตว์โลก เป็นธรรมที่เห็นได้ยากยิ่ง สำหรับธรรมที่จะกล่าวต่อไปนี้ เป็นธรรมที่สามารถกระทำความสงบอันประเสริฐ และสามารถประทานซึ่งสมบัติทั้งปวง

(ข)สัพพุปปาตูปะสะมะโณภูตะยักขะนิวาระโณ
อะกาละมัจจุสะมะโณโสกะโรคะวินาสะโน.
เป็นเครื่องสงบเหตุร้ายทั้งปวง เป็นเครื่องป้องกันอมนุษย์และยักษ์ เป็นเครื่องระงับความตายก่อนกำหนดเวลา เป็นเครื่องขจัดความเศร้าโศกและโรค

(ค)ปะระจักกะปะมัททะโนรัญโญ วิชะยะวัฑฒะโน
สัพพานิฏฐะหะโร สันโตธัมมัง วักขามิ ภูตะโต.
เป็นเครื่องย่ำยีกำลังของข้าศึก เป็นเครื่องจำเริญชัยชนะแด่พระราชา เป็นเครื่องนำสิ่งที่ไม่น่าปรารถนาทั้งปวงออกไป เป็นธรรมอันประเสริฐ ข้าพเจ้า (พระสีละวังสะมหาเถระ) จักแสดงคุณธรรมเช่นนั้น ตามสภาพที่เป็นจริง

(ฆ)วัตถุตตะยัสสะ โย ยัตถะสังวัณเณติ คุณุตตะเม
ตัสสะ ตัตถะ สุขาโรคฺยะ-โสตถิโย โหนติ สัพพะทา.
ณ ที่ใด มีผู้กล่าววาจาสรรเสริญพระคุณอันประเสริฐของพระรัตนตรัย ด้วยจิตที่เลื่อมใส ณ ที่นั้น ความสุข ความสบาย และความสวัสดี ย่อมมีแก่ผู้นั้นตลอดกาลทุกเมื่อ
 


 

อุปปาตะสันติ บทสวดที่ 1 - 271
และหนังสือธรรมมะ ชื่อ "ทิศที่ 11"
ของหลวงพ่อชุมพล พลปญฺโญ
สามารถหาอ่านได้ที่ http://palapanyo.com/
ขอความสุขและความสงบจงมีแด่เพื่อนสิงห์แดงรุ่นที่ 18
และผู้ที่เจริญในธรรม ทุกท่านเทอญ.

 

 


 


 
 

 

 

 

 

 

มีต่อ

กลับหน้าหลัก